มือระเบิดอินเดียถูกจับ หลังร่อน “จดหมายปริศนา” ถึงตำรวจ

ตำรวจอินเดียจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีลอบวางระเบิดคู่แต่งงาน ซึ่งทำให้เจ้าบ่าววัย 26 ปีเสียชีวิต และเจ้าสาวได้รับบาดเจ็บ หลังได้เบาะแสเป็นจดหมายที่คาดว่าผู้ต้องสงสัยเขียนขึ้นเองเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพนักงานสืบสวน แต่ไม่ได้ผล

เหตุระเบิดเกิดขึ้นเมื่อเดือน ก.พ. ที่บ้านของนายสอุมยา เสข์ ซาฮู และ น.ส.รีมา ในเมืองปัฏนา เพียงห้าวันหลังพิธีแต่งงาน โดยระเบิดถูกซุกซ่อนอยู่ในห่อพัสดุที่มีผู้ส่งมาให้เป็นของขวัญ แรงระเบิดยังทำให้ป้าของนายซาฮูวัย 85 ปีเสียชีวิตด้วย

จดหมายที่เป็นเบาะแสสำคัญจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย ถูกส่งไปถึงผู้บัญชาการตำรวจเมืองบาลังก์ รัฐโอริสสา โดยผู้ต้องสงสัยใช้กระดาษฟุลสแก็ปหนึ่งหน้า พิมพ์ข้อความเป็นภาษาอังกฤษ 130 คำ

หญิงอินเดียสู้คดีพ่อแม่บังเกิดเกล้าหลัง ‘บงการฆ่าสามี’ เพราะเป็น ‘จัณฑาล’
เมื่อชีวิตจริงไม่เหมือนนิยาย เด็กถูกสลับตัวแต่แรกเกิดปฏิเสธถูกส่งคืนผู้ให้กำเนิด
ก่อนหน้านี้ ตำรวจเข้าใจว่าพัสดุที่เป็นระเบิดถูกส่งมาจากเมืองไรปุระ ระบุชื่อผู้ส่งว่า “เอสเค ชาร์มา” แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าทั้งชื่อและที่อยู่จ่าหน้าเป็นข้อมูลเท็จ

ส่วนจดหมายฉบับดังกล่าวพยายามชี้แจงเพื่อให้ตำรวจเข้าใจผิด โดยระบุว่าระเบิดถูกส่งมาโดย “เอสเค ซินห์” ไม่ใช่ “อาร์เค ชาร์มา” รวมถึงให้ข้อมูลว่ามีผู้สมรู้ร่วมคิดสามคน ซึ่งขณะนี้หนีไปไกลเกินกว่าจะตามจับได้แล้ว

คำบรรยายภาพ
จดหมายไม่ระบุชื่อผู้ส่ง กลายเป็นเบาะแสสำคัญชิ้นแรก
นอกจากนี้ จดหมายปริศนายังให้รายละเอียดมูลเหตุจูงใจในการส่งพัสดุระเบิดไปให้คู่บ่าวสาวว่าเป็นเพราะ “การหักหลัง”และเรื่องเงิน พร้อมกับประโยคที่ว่า “แม้จะฆ่าทั้งครอบครัว ก็ยังไม่สามารถชดเชยสิ่งที่เราเสียไปได้” รวมถึงบอกให้ตำรวจ “อยู่เงียบ ๆ” และเลิกขู่เข็ญผู้บริสุทธิ์โดยการตั้งข้อสงสัยและสอบปากคำด้วยคำถามที่ไม่จำเป็น

คดีนี้ใช้พนักงานสอบสวนถึง 24 คน ช่วยกันสอบปากคำบุคคลที่น่าจะเกี่ยวข้องกว่า 100 รายจากสี่เมือง และในขั้นแรกตำรวจตั้งข้อสงสัยอดีตคนรักของเจ้าสาว ซึ่งกล่าวหาว่าเธอทิ้งเขาไปหมั้นกับชายที่มีฐานะดีกว่า แต่หลังจากตรวจสอบแล้วพบว่ามีแค่เรื่องโทรศัพท์ข่มขู่ในช่วงก่อนงานแต่งงาน จึงไม่ได้ติดตามผู้ต้องสงสัยรายแรกต่อ

หลังจากนั้นจดหมายปริศนาถูกสแกนและส่งต่อไปยังอรุณ โพธรา ผู้บัญชาการตำรวจเมืองศุภเนศวร ที่อดีตเคยเป็นนักข่าวและกำลังเข้ามารับหน้าที่นำทีมสืบสวนคดีนี้

“ผมอ่านจดหมายนี้ทั้งวันทั้งคืน น่าจะอ่านไปเป็น 100 ครั้ง ซึ่งมันเผยรายละเอียดหลายอย่างมาก” ผบ.ตร.เมืองศุภเนศวรกล่าว

“เป็นที่ชัดเจนว่าผู้ส่งจดหมายนี้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นมากกว่าเรา… เขาต้องการให้ตำรวจสนใจ แต่บังเอิญมันทำให้เราจับได้ว่าสิ่งที่เขาเขียนมาเป็นเรื่องโกหก จากการระบุถึงสิ่งที่ตำรวจเข้าใจผิด”

คำบรรยายภาพ
ภาพจากวีดีโอ แสดงให้เห็นความเสียหายในห้องครัวหลังเกิดเหตุระเบิด
ต่อมาตำรวจได้ตรวจสอบลายนิ้วมือบนกระดาษ แต่ไม่พบร่องรอยของดีเอ็นเอที่แถบกาวบนซองจดหมาย พนักงานสืบสวนจึงส่งสำเนาจดหมายปริศนาไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพื่อสอบถามว่าสงสัยใครหรือไม่ จึงได้ความว่าแม่ของเจ้าบ่าว สงสัยนายปันจี ลาล เมห์ วัย 49 ปี อดีตครูใหญ่ของวิทยาลัย เนื่องจากการเลือกใช้คำและสำนวนการเขียนค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ เช่น วลี “ทำโครงการให้สำเร็จลุล่วง” ซึ่งผู้ต้องสงสัยชอบพูด

นอกจากนี้ แม่ของผู้เสียชีวิตยังเคยถูกนายปันจีข่มขู่ หลังจากที่เธอเข้ามารับตำแหน่งครูใหญ่แทน จนถึงขั้นกลายเป็นศัตรูที่เคยถกเถียงกันในที่สาธารณะ

คำบรรยายภาพ
นายเมห์ไม่พอใจที่แม่ของเหยื่อเข้ามารับหน้าที่ครูใหญ่ของวิทยาลัยแทน
นายเมห์ อ้างกับตำรวจในคำให้การว่า ได้รับจดหมายจากปริศนาจากชายคนหนึ่งขณะกำลังเดินเล่นในช่วงค่ำ โดยชายคนดังกล่าวข่มขู่ว่าจะทำร้ายหากเขาไม่นำจดหมายนี้ไปส่งไปรษณีย์ที่เมืองบาลังก์

“นั่นเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่สุดที่เราเคยได้ยินจากปากผู้ต้องสงสัย” ผบ.ตร.เมืองศุภเนศวรกล่าว

อย่างไรก็ตาม ตำรวจระบุว่าผู้ต้องสงสัยยอมสารภาพในเวลาต่อมาว่า ได้เริ่มสะสมดินระเบิดจากดอกไม้ไฟที่ทยอยซื้อในเทศกาลดีวาลี โดยใช้เวลาประมาณสองเดือน ก่อนนำไปทำระเบิดใส่กล่องกระดาษห่อของขวัญ

คำบรรยายภาพ
จดหมายปริศนาระบุว่าตำรวจอ่านชื่อบนพัสดุผิด
ส่วนขั้นตอนการส่งไปรษณีย์ในเดือน ก.พ. ผู้ต้องสงสัยขี่จักรยานยนต์นำพัสดุเข้าไปยังสถานีรถไฟใกล้บ้าน โดยแสร้งทิ้งรถยนต์และโทรศัพท์มือถือไว้ที่บ้านเพื่อจัดฉากว่าตนไม่ได้ไปไหน

จากนั้นนายเมห์ได้โดยสารรถไฟไปยังเมืองไรปุระ ซึ่งอยู่ห่างออกไปสองชั่วโมงครึ่ง โดยไม่ได้ซื้อตั๋ว เพื่อไม่ให้ถูกบันทึกภาพในกล้องวงจรปิดที่ห้องขายบัตร

ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่า หลังจากลงรถไฟที่เมืองไรปุระ นายเมห์นั่งรถสามล้อรับจ้างถึงสองต่อ เพื่อไปยังร้านรับส่งพัสดุสองแห่ง แต่เลือกใช้บริการร้านที่อยู่ชั้นใต้ดิน เนื่องจากพนักงานที่ร้านแรกถามถึงสิ่งของที่บรรจุอยู่ในพัสดุ ทำให้นายเมห์เกิดอาการตระหนก จนรีบคว้ากล่องของขวัญเดินหนีออกจากร้าน

คำบรรยายภาพ
มีผู้เข้าร่วมงานแต่งงานที่บ้านของนายซาฮู กว่า 800 คน
หลังจากส่งพัสดุโดยเขียนจ่าหน้าว่า “ขนม ของขวัญ” นายเมห์นั่งรถไฟเที่ยวค่ำกลับถึงบ้านก่อนเที่ยงคืน และอีกไม่ถึงสัปดาห์ต่อมา พัสดุบรรจุระเบิดก็ถูกส่งเป็นระยะทาง 650 กิโลเมตรกลับมาถึงบ้านของเหยื่อที่เมืองเดียวกัน เมื่อวันที่ 20 ก.พ. และถูกเปิดออกสามวันหลังจากนั้น จนเป็นเหตุให้เจ้าบ่าวเสียชีวิต ซึ่งนายเมห์ได้ไปร่วมทั้งงานแต่งงาน และงานศพของเหยื่อด้วย

ตำรวจอ้างว่า นายเมห์ระบุคำในให้การเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “ผมถูกความโกรธและความเกลียดครอบงำ ผมยอมเสียหน้าไม่ได้”

ขณะนี้นายเมห์ ถูกตำรวจควบคุมตัวแล้ว ในขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป และเขายังไม่ได้ให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธในชั้นศาล

Tagged , ,