สิ่งที่ควรรู้ในการขับรถในอินเดีย

เป็นข่าวดังมากและเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศในอินเดียในช่วงสัปดาห์นี้

gclubclick.com คือ ข่าวนักศึกษาแทนซาเนียในเมืองบังคาลอร์ถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บ และนักศึกษาหญิง ๑ คน ถูกทำร้ายและถูกถอดเสื้อออก

กลุ่มนักศึกษาดังกล่าว ถูกทำร้ายเนื่องจากถูกเข้าใจผิดโดยฝูงชนอินเดียว่า เป็นกลุ่มนักศึกษาผิวดำกลุ่มเดียวกับที่ขับรถไปชนสตรีชาวบ้านอินเดียที่นอนบนถนนเสียชีวิตแล้วหนี ภายหลังจากโดนประชาทัณฑ์จากกลุ่มชาวบ้านบางส่วนไปแล้ว

เผอิญนักศึกษาแทนซาเนียกลุ่มนี้ ไม่รู้เรื่องรู้ราว ขับรถผ่านมา ถูกบล็อค และให้ลงจากรถ แล้วก็โดน ทำร้ายร่างกาย โดยมีข่าวว่านักศึกษาหญิงชาวแทนซาเนียในกลุ่มถูกกระชากเสื้อท่อนบนออก จากนั้น ฝูงชนที่โกรธาก็เข้าทำร้ายร่างกายกลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้ หน้าตาแตกบวม จากนั้น ก็ทำการเผารถของนักศึกษากลุ่มดังกล่าว

ที่แย่กว่านั้น มีรายงานข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองบังคาลอร์ก็มิได้ให้การช่วยเหลืออะไรแก่นักศึกษากลุ่มดังกล่าว ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ซึ่งเรื่องตำรวจนี้ ท่าทางจะเป็นจริง เพราะผู้เขียนประสบด้วยตัวเอง ตอนน้ำท่วมเมืองเจนไน ตำรวจจราจรยืนอยู่ใกล้ๆ ตะโกนขอความช่วยเหลือยังไม่ได้รับความสนใจเลยค่ะ

เหตุการณ์ขับรถแล้วรถชนคนในอินเดียสำหรับชาวต่างชาติเป็นเรื่องที่ต้องให้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะมีข่าวอยู่เนืองๆ ว่า หากชาวต่างชาติขับรถชนคนหรือสัตว์ จะถูกล้อมโดยฝูงชน ซึ่งโดยลำพัง แค่ขับรถชนอะไร ก็จะแย่แล้ว ยังจะมาถูกล้อมโดยฝูงชน แถมยังพูดกันไม่รู้เรื่องอีก ก็อาจจะทำให้สติแตกได้ง่ายๆ

คำแนะนำอย่างแรกสำหรับผู้ที่จะมาอินเดีย ไม่ว่าจะมาท่องเที่ยว หรือทำงาน คือ ให้หลีกเลี่ยงการขับรถเอง เพราะอินเดียได้ชื่อว่า เป็นสถานที่ที่ขับรถยากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแซงซ้ายแซงขวา ขับแบบไม่มีเลน นึกจะแซงทะลุเส้นกลางก็แซง นอกจากนี้ ยังอาจมีสัตว์ เช่น วัว แพะ อยู่บนถนนด้วย

แต่ถ้าหากจำเป็นจะต้องขับรถเองจริงๆ ก็ขอฝากเกร็ดที่ควรรู้เพื่อเตรียมตัวไว้เผื่อยามฉุกเฉิน
เรื่องแรกที่ต้องรู้เป็นพื้นฐาน คือ กฎระเบียบของการขับรถ เช่น การคาดเข็มขัดนิรภัย คนขับและผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ต้องเปิดไฟหน้ารถ ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือเวลาขับรถ ต้องเตรียมใบขับขี่สากลใช้กับใบขับขี่ของเรา นอกจากนี้ ให้เตรียมพกหนังสือเดินทาง บัตรเครดิต เอกสารประกันภัยไว้

และโปรดหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุ จะเป็นเรื่องใหญ่ และให้หลีกเลี่ยงเส้นทางซิกแซกต่างๆ ให้ใช้ถนนหลักในการขับขี่

ในเรื่องการจำกัดความเร็วนั้น ที่อินเดียมี Speed limit เช่น ในเขตเมือง จะจำกัดความเร็วที่ 40 ก.ม. ต่อชั่วโมง นอกเขตเมือง จำกัดความเร็วที่ 60 ก.ม. ต่อชั่วโมง ถนนสายหลัก จำกัดความเร็วที่ 90 ก.ม. ต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ให้คอยดูป้าย speed limit ให้ดี (แต่คนขับรถแขกบอกว่า อาจไม่ค่อยเห็น)

นอกจากนี้ ที่นี่มักจะกดแตร ซึ่งปกติ เขาจะกดแตรเวลาจะแซง เพื่อบอกว่า ข้าฯ มาแล้ว หรือเห็นคนเดินก็กดเตือน ที่นี่เขาจะไม่มองกระจกรถ แต่ให้ระวังว่า หน้าโรงพยาบาลกับหน้าโรงเรียน ว่าเขาจะไม่กดแตรกัน

เรื่องที่สอง กรณีที่เกิดอุบัติเหตุชนคนในอินเดีย ต้องทำอย่างไร?

ก่อนอื่น ตั้งสติให้ดีค่ะ แล้วโทรศัพท์หาตำรวจ เบอร์โทรหาตำรวจทั่วอินเดีย คือ หมายเลข 100 โดยเท่าที่สอบถามคนขับอินเดียที่นี่ เขาบอกว่า แม้เบอร์จะเป็นเบอร์กลาง แต่เขามีระบบส่งให้ตำรวจสถานีใกล้เคียงมายังที่เกิดเหตุ ในเมืองอย่างเจนไน ตำรวจน่าจะมาภายใน 15 นาที (อันนี้ ก็เขาว่านะ) หรือจะให้ดี ก็ให้หันรีหันขวางดีๆ หาตำรวจว่ามีอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุด้วยหรือไม่

เวลาเกิดอุบัติเหตุ อาจจะมีคนเข้ามามุงมาล้อมได้ ทางที่ดี ควรหลีกเลี่ยงฝูงชนให้ได้โดยด่วน แต่ถ้าดูท่าไม่ดี เห็นว่า ฝูงชนเยอะแล้ว อย่าหนี เพราะฝูงชนจะวิ่งตาม และอาจทำร้ายเราได้ ให้โทรหาตำรวจโดยด่วนที่สุด

ต่อมาให้โทรเรียกรถพยาบาล หากมีผู้บาดเจ็บ โดยในรัฐทมิฬนาฑู รัฐกรณาฏกะ รัฐอานธรประเทศ ให้โทรหมายเลข 108 หรือ โทรหมายเลข 102 ก็ใช้ได้ทั่วอินเดีย ที่อินเดียนี้จะมีบริการรถพยาบาลแยกต่างหาก ไม่ใช่รถมูลนิธิอย่างบ้านเรา

ถ้ามีความเสียหายกับตัวรถ และ/หรือมีคนถูกชน มีผู้เสียชีวิต ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ซีเรียส ให้โทรหาบริษัทประกัน แต่อยู่อินเดียก็ต้องทำใจหน่อย บริษัทประกันมักจะไม่รวดเร็ว หรือไม่มาทันใจแบบบ้านเรา บางทีโทรศัพท์ไม่รับสาย ก็อาจถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุ เช่น รถเฉี่ยวชนเกิดรอยครูด บริษัทประกันไม่รับว่าอยู่ในประกัน

ทั้งนี้ การมีคนขับรถแขกจึงมีข้อดีคือ จะช่วยกันเราที่เป็นผู้โดยสารออกจากฝูงชน หากมีอุบัติเหตุ เพราะคนของเขากันเอง จะคุยกันรู้เรื่องมากกว่า

Tagged , ,