“เบอร์ 1 อาเซียน” ที่ไม่ต้องรอฟีฟ่าการันตี

วินาทีที่ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงกัปตันทีมชาติไทย ชูถ้วยแชมป์อาเซียน คัพ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” โดยมีเพลง “we are the champions” ถูกเปิดกระหึ่ม ต่อหน้าแฟนบอลในสนามราชมังคลากีฬาสถาน เชื่อเหลือเกินว่าคงเป็นวินาที ที่แฟนบอลไทยมีความสุขกันถ้วนหน้า

ย้อนหลังไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ในเกมนัดแรกที่ “ทัพช้างศึก” บุกไปพลิกพ่าย อินโดนีเซีย ที่สนาม ปากันซารี 1-2 นำมาซึ่งความผิดหวังให้กับแฟนบอล แต่มันได้ทำให้ความทะนงตัวของ “แข้งช้างศึก” หายไป แปรเปลี่ยนเป็นความกระหายในชัยชนะที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ

ดังจะเห็นได้จากเกมนัดที่สอง ที่ “ทัพช้างศึก” เดินเกมเข้าใส่กดดันคู่แข่งตั้งแต่ต้นเกมจนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดยาว นำมาซึ่งชัยชนะเหนือ “การูด้า” คู่ปรับเก่า 2-0 กับเกมในบ้าน แน่นอนมันได้ลบล้างความช้ำใจให้กับแฟนบอลได้ชนิดหมดจด เพราะตลอดทั้งเกม นักเตะทุกคนแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทที่จะรักษาแชมป์ให้ได้อีกสมัย

ชัยชนะในเกมนี้ ส่งผลให้เราฉลองแชมป์ในบ้านอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยสกอร์รวมสองนัด 3-2 พร้อมทั้งเป็นการซิวแชมป์เป็นสมัยที่ 5 มากที่สุดในรายการนี้ นอกจากนี้ยังเป็นทีมแรกในการแข่งขันที่เป็นฝ่ายแพ้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ นัดแรก แล้วสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ซึ่งยังไม่เคยมีชาติใดในอาเซียน ทำได้มาก่อน

ไปดูผลงานของนักเตะกันบ้าง คนที่โดดเด่นที่สุดในเกมนี้ต้องยกให้ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่ได้รับโอกาสจาก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชของทีม ก่อนตอบแทนความไว้วางใจด้วยการเหมาทำคนเดียวทั้งสองประตู โดยลูกแรกต้องบอกว่า คนมันจะเกิดอะไรก็ฉุดไม่อยู่จริงๆ จากจังหวะที่แนวรับอิเหนาเตะมาโดนเจ้าตัวเข้าประตูไป ส่วนลูกที่สองต้องบอกว่าเป็นลูกถนัดของเจ้าตัวกับการปั่นโค้งด้วยขวาเสียบตาข่าย

ขณะที่รางวัลต่างๆของทัวร์นาเมนต์ นักเตะทีมชาติไทย พาเหรดเก็บรางวัลมาครองหมด ไล่ตั้งแต่ นักเตะทรงคุณค่าของรายการ ตกเป็นของ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ มิดฟิลด์พันธุ์จิ๋ววัย 23 ปี ที่สร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัล MVP สองสมัยติดต่อกันได้เป็นคนแรกของรายการนี้

รางวัลดาวซัลโว ตกเป็นของ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ที่แม้เกมนัดชิงฯ จะพลาดจุดโทษอย่างน่าเสียดาย แต่ผลงานการลั่นสกอร์ในรอบที่ผ่านๆมา ด้วยจำนวน 6 ประตูก็ดีพอที่จะทำให้ ดาวยิงกัปตันทีมช้างศึก ผงาดคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดไปครอง ซึ่งถือเป็นการครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในรายการนี้เป็นสมัยที่ 3 ของเจ้าตัว

จากการคว้าแชมป์ในเกมนี้ทำให้เราครองความเป็นหนึ่งในย่านอาเซียนต่อไป และอาร์มทองตำแหน่งแชมป์ก็จะถูกส่งต่อให้กับรุ่นต่อไปในอีก 2 ปีข้างหน้าอีกครั้ง ถึงตอนนี้ เราเป็นแชมป์สมัยที่ 5! นั่นเท่ากับว่า เราก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 อาเซียน ในสายตาชาวโลกเรียบร้อย

แน่นอน ยิ่งสูงยิ่งหนาว ตอนนี้เป้าหมายของวงการฟุตบอลอาเซียน คือการล้มทีมชาติไทย เจ้าของแชมป์ที่มากที่สุดของรายการอย่างปฏิเสธไม่ได้ และอีก 2 ปีข้างหน้าเรามาดูกันว่า “ทัพช้างศึก” จะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันได้หรือไม่

Please follow and like us:
0