แฉต้องจ่ายส่วยหน่วยงานทุกตัวย่อ

ส่วยเป็นสิ่งที่แยกไม่ออกกับธุรกิจการพนัน ผู้จัดการรายนี้กล่าวว่า ทางบ่อนต้องจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า หากจะมีความแตกต่างอยู่บ้างก็คงเป็นที่การรับส่วยของเจ้าหน้าที่รัฐพม่ารับกันบนโต๊ะ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐไทยเขาแสดงท่าทางประกอบด้วยการสอดมือลงไปใต้โต๊ะ “ที่บ้านไพลิน กัมพูชา มีอยู่ 3-4 บ่อน เป็นที่ที่หน่วยงานบางหน่วยของไทยชอบที่สุด ในบรรดา หน่วยงานเดียวกันที่มีอยู่ทั่วประเทศ บ่อนใหญ่ใน 3 บ่อนนั้น มีบ่อนหนึ่งที่ให้เดือนละ 8 แสน เราเป็นบ่อนเล็กที่ให้แค่เดือนละ 2 แสน แลกกับการอำนวยความสะดวก ไม่มีหรอกที่เขาจะไม่มาจู้จี้จุกจิกใส่เรา สิ่งที่คนทำธุรกิจตรงนี้ต้องการมากที่สุด คือความคล่องตัวในการเข้า-ออกของลูกค้า บางหน่วยงานไม่ได้ส่วย ก็สั่งปิด ตัวย่อทั้งหลายรับส่วยหมดแหละครับ พอไม่ได้ก็ใช้อำนาจ”

เขาเล่าเหตุการณ์ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อปี และกลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อมีนายตำรวจคนหนึ่งมาที่บ่อน “นี่คือเรื่องของระบบรีดไถที่คนคนนี้ไม่เลิกนิสัยแบบนี้ คนนี้ออกจากวงการตำรวจเพราะเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน ตระเวนไปตามชายแดนทั่วประเทศไทย เพื่อรีดไถบ่อนการพนันที่คนไทยข้ามไปเปิดและต้องมีการนำคนเข้าออก มาถึงก็คุยว่า ผมไปมาหมดแล้วทุกบ่อน ผมรู้ว่าคุณแอบเอาคนเข้าไป พาข้ามไปเล่นหลัง 6 โมงเย็น จริงเท็จไม่รู้ แต่ผมขอบ่อน 1 ล้าน เอาเป็นชิพนะ เพราะผมเป็นคนชอบเล่นอยู่แล้ว แล้วถ้าลูกน้องผมมาก็ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่พักให้หน่อยแล้วกัน ผมก็บอกว่าผมไม่ใช่คนมีอำนาจในการตัดสินใจ เขาก็บอกผมว่า อ้อ ผมรู้ คุณมันแค่ลูกกระจ๊อก ไปบอกนายคุณแล้วกัน เดี๋ยวผมจะติดต่อคุณมาเอง

“อีกเดือนหนึ่งเขากลับมาอีก บอกเด็กว่าไปตามผู้จัดการมาซิ ผมไม่ออกไป ไม่ออกมาใช่มั้ย ก็เอากล้องวิดีโอมาถ่ายๆๆ ตรงที่คนจะข้ามฝั่งมา บอกว่าเป็นคนของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง พวกที่จะข้ามมาก็ตกใจกันใหญ่ กลางคืนมาที่ที่จอดรถของเรา จะขอค้นรถทุกคันว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายหรือเปล่า ผมสุดทนก็เลยโทรแจ้งท้องถิ่นว่า มีคนมาป่วนที่ที่จอดรถของเรา ตำรวจมาแล้วเห็นว่ากำลังน้อยกว่า เพราะเขามากันหกเจ็ดคน ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เข้ามาทะเลาะกัน เขาหนี แต่สุดท้ายหนีไม่พ้น เลี้ยวเข้าโรงพัก แล้วก็โยนกุญแจรถทิ้ง ต้องจ้างคนมาไขกุญแจ พบปืนเถื่อนอยู่ในรถ 7 กระบอก ไม่มีใบอนุญาต สุดท้ายติดคุกหนึ่งคืน ส่งฟ้องศาล ไอ้คนที่มาด้วยก็หนีคดีเยอะแยะไปหมด” “ก่อนหน้านี้ 4-5 ปี ก็เคยมาอ้างกับผมว่า มาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรุงเทพฯ บางทีมานั่งกินที่ร้านอาหาร บอกว่าผู้หลักผู้ใหญ่มา พร้อมกับบอกว่า กูมานั่งกินเหล้ากินข้าว มาจ่ายเงินหน่อย มาขอเงิน สมัยนั้นช่วงพีค ๆ ใครมาไถก็ให้ ให้กันง่ายจะตาย นี่คือสันดานของคนชอบรีดไถ”