“เพจบัวขาว” แจงกรณีถูกหาว่า “สองนักชกในค่าย” เจอแต่คู่ต่อสู้หมู

จากกรณีที่มีแฟนมวยบางคน ออกมาวิจารณ์การชกของ “บัวขาว บัญชาเมฆ” และ “ซุปเปอร์บอน บัญชาเมฆ” ในศึกคุนหลุนไฟต์ 2016 ว่าเป็นการชกที่เจอแต่มวยที่ต่ำชั้นกว่า ทำไมไม่เจอกับมวยดังๆบ้าง ล่าสุด แอดมินเพจบัวขาว โพสต์แจงอธิบายถึงการชกของนักมวยทั้งคู่ดังนี้

แอดมินขออนุญาต ดราม่าบ้างครับ ไหนๆละขอชี้แจงครับ อยากบอกกล่าวคนที่ว่านั่นนี่ว่า ตินั่นนี่ ถากถาง ติได้หมดละครับ ไม่ใช่ว่าไม่ได้ แสดงความเห็นได้หมดครับ บางทีเจอแบบว่า เจอตัวนี้หน่อยมั้ยหละ วัดกะคนนี้มั้ย ไม่ง่ายนะครับสำหรับ ผู้ชนะ หรือแม้กระทั่งผู้ที่ผ่านเข้ารอบลึกๆมาได้ ต้องฝ่าฟันอะไรมาเยอะครับ

สำหรับการฝึกซ้อม การเเข่งขัน อาการบาดเจ็บ การกินการอยู่ สภาพอากาศ เวลาที่ต่างกัน การเดินทาง การไปชกรายการอื่น เจอเจ้าภาพ

แค่อยากจะขอโอกาสเมตตาได้อธิบายบ้างถึงมวยรอบชิงแชมป์คุนหลุนไฟต์ นี้ ไม่ใช่นึกครึ้มอกครึ้มใจ อยากชวนใครมาต่อยชิงกัน เอาคนนี้ชกคนนั้น คนนั้นต่อยคนนี้นะครับ มันมีที่มาที่ไป จากยอดนักชกที่อันดับต้นๆของโลกใบนี้ จาก 64 คน เหลือเพียง 1 เดียว

โดยเฉพาะรายการนี้มีทั้งการถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศจีนและต่างประเทศ มีการลงข่าว ทั้งหนังสือพิมพ์ และข่าวออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศรวมแล้วคนดูร่วม 1,500 ล้านคน ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้มวยไทย และประเทศไทยไม่น้อย แสดงให้เห็นว่าต่างชาติให้การยอมรับมวยไทยเป็นอย่างมาก

-รอบคัดเลือก คัดจากนักชก มาต่อยมวยรอบ 4 คน ต่อยกันวันเดียว ให้ได้ผู้ชนะ1 คน ไปบรรจุ ให้ครบ16คนสุดท้าย
– รอบ 16 คนสุดท้าย ประกบคู่ ชก เหลือ 8 คน
– รอบ 8 คนสุดท้าย ประกบคู่ ให้เหลือ 4 คน
– รอบชิงชนะเลิศ 4 คน ประกบคู่หาผู้ชนะ ภายในวันเดียว คือ แชมป์ Kunlun Fight world Max 2017

ลองฟังชื่อนักมวยที่เข้าร่วมนะครับ
– สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง แชมป์กอรี่ แชมป์เก่าปีที่แล้ว
– ดาวิต คีเรีย แชมป์กอรี่
– มารัต (แชมป์ K-1)
– เอ็นริโก้ เคลห์ (แชมป์ K-1)
– คายาล ซาดิเยฟ (แชมป์ WBC)
– อังเดร คูลิบิน
– จอมทอง ชูวัฒนะ
– ช้างเผือก อะคาเดมี่ยิม
– ยูเอฟ แชมป์เก่าคุนหลุน
– จาบร้า อัสเคอร๊อฟ น็อค เอ็นริโก้ เคลห์ มา
– ส่วนใครว่าเทียนซิน อ่อนเชิญดูเขาเคยต่อยชนะ อังเดร คูเลบิน ลงไปนอนมาแล้วครับ และมวยรอบแบบนี้ หลายๆคนยังไม่ทราบว่าพี่บัวแกต่อยแบบทรงนี้มานานแล้ว ไม่ต้องพิสูจน์ อะไรแล้ว

“บีบีซี” ยกรางวัลลูกยิงแห่งเดือนธ.ค.แก่ “เจ้าหนูแบร็ดลี่ย์”

บีบีซี สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศอังกฤษ มอบรางวัลลูกยิงยอดเยี่ยมประจำเดือนธันวาคม ในรายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ให้กับ แบร็ดลี่ย์ โลเวรี่ เจ้าหนูแฟนบอลซันเดอร์แลนด์ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งต่อมหมวกไต หลังตรวจพบเมื่อปี 2013

เจ้าหนู แบร็ดลี่ย์ โลเวรี่ สาวก “ทีมแมวดำ” ซึ่งป่วยเป็นมะเร็ง ได้รับเลือกให้คว้ารางวัลลูกยิงยอดเยี่ยมประจำเดือนของรายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี จากประตูที่ยิงระหว่างช่วงพักครึ่งเกม พรีเมียร์ลีก ที่ “แมวดำ” แพ้ เชลซี 0-1 ที่สนาม สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

โดยเกมดังกล่าว เจ้าหนูวัย 5 ขวบ ได้รับเกียรติให้ร่วมลงสนามในฐานะมัสคอต ระหว่างช่วงพักครึ่งแรก ก่อนยิงจุดโทษผ่านมือ อัสเมียร์ เบโกวิช นายทวารสำรอง เชลซี สำเร็จ ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากแฟนบอลทั่วสนาม

ซึ่งทางด้าน เจมม่า คุณแม่ของแบรดลี่ย์ได้โพสต์ทวิตเตอร์ เผยว่า เจ้าหนูได้ตื่นขึ้นมาชมรายการ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ พร้อมทั้งดีใจที่ได้รับรางวัลดังกล่าว พร้อมกันนี้ก็ขอขอบคุณทางรายการ และสโมสรซันเดอร์แลนด์ ที่มอบเรื่องราวสุดพิเศษให้กับชีวิตของลูกน้อย ก่อนเผยต่อว่ามีแฟนๆส่งการ์ดอวยพรคริสต์มาสมาให้ถึงบ้านจำนวน 250,000 ใบ

5 สถานที่ท่องเที่ยวในไทย..ที่ทำให้ “คนโสด” ตายสนิท

ไปดูกันเลยจ้ากับ 5 สถานที่ท่องเที่ยว..ฆ่าคนโสด ที่ความสวยงามจะทำให้เรามีความสุขตาลุกวาว จนอยากจะพาใครสักคนไปนั่งข้างๆกัน

1. ดอยเสมอดาว

ฟังแค่ชื่อก็โรแมนติกไม่ใช่น้อย…นั่งทอดอารมณ์ชมหมู่ดาวกลางขุนเขา เป็นอะไรที่สุดยอดของความอิ่มเอมใจ ใครมาคนเดียวก็ดี แต่มาเป็นคู่ก็น่าจะสุขกว่าอีกนิดนึง

2. เขื่อนเชี่ยวหลาน

ไปล่องแพ..นอนเขื่อนก็ไม่ควรไปนอนคนเดียวเปล่านะ ไปสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ขนาดนี้ควรที่จะต้องยกหมู่คณะไปเฮฮา ซึมซับบรรยากาศด้วยกัน ซึ่งในเขื่อนเชี่ยวหลานเองก็มีที่พัก กิจกรรมอะไรให้ทำเยอะแยะ เช่น พายเรือแคนู เล่นน้ำ แถมในบางที่พักยังมีกิจกรรมทางน้ำอื่นๆ อีกมากมายให้เลือกอีก

แต่ถ้าใครอยากจะไปเที่ยวคนเดียวก็ไม่ผิด ก็ออกจะเป็นชิลๆ พกหนังสือเล่มที่ชอบ โหลดที่ใช่ไปฟัง ก็มีความสุขไปอีกแบบ เพราะที่ทะเลสาบอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ก็ถูกขนานนามว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทยเชียวแหละ

3. ภูลมโล

ได้ยินว่า “ภูลมโล” ก็จะนึกอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกจากทุ่งดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งปกคลุมไปทั่วภูเขาน้อยใหญ่บนภูลมโล ซึ่งที่นี่นอกจากเหมาะจะพาแฟน พาเพื่อนมาดูดอกนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระแล้ว การได้มายืนชื่นชมพระอาทิตย์ตกก็มีความงดงามไม่แพ้กัน แถมยังอากาศเย็นชื่นใจอีกต่างหาก

การเดินทาง : อุทยานแห่งชาติภุหินร่องกล้า ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศเหนือ ระยะทาง 500 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ ประมาณ 6 ชั่วโมง ห่างจากตัวเมืองพิษณุโลก 120 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, สิงห์บุรี ชัยนาท นครสวรรค์ จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 117 ระยะทาง 130 กิโลเมตร ถึงตัวเมืองพิษณุโลก จากตัวเมืองพิษณุโลก เส้นทางที่สะดวกที่สุด คือใช้ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 12 สายพิษณุโลก – หล่มสัก จากนั้นแยกซ้ายเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2013 ไปทางอำเภอนครไทย ก่อนถึงตัวอำเภอนครไทย มีทางแยกขวามือตามทางหลวงหมายเลข 2331 มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า สภาพเส้นทางสูงชัน และคดเคี้ยวเป็นบางช่วง

4. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

สำหรับทะเลไทยไม่ต้องบรรยายมากก็เป็นที่รู้กันว่า ฟ้าสวย น้ำใส ติดอันดับโลก ซึ่งใครที่ชื่นชอบทะเลมากๆ ก็ควรเก็บกระเป๋าแล้วมุ่งหน้าสู่ทะเลอันดาลัน แล้วต่อเรือเข้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กันได้เลย เพราะในที่แห่งนี้ จะมีถึง 5 หมู่เกาะ ด้วยกัน ก็คือ เกาะสุรินทร์เหนือ เกาะสุรินทร์ใต้ เกาะรี เกาะไข่ และเกาะกลาง ซึ่งในที่นี่จะมีหาดทรายขาวๆ น้ำใสๆ  ให้เราได้แหวกว่าย มาพักผ่อน คลายความเมื่อยล้า จากความวุ่นวายได้เป็นอย่างดี

5. บ้านป่าบงเปียง

บ้านป่าบงเปียง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มาแรงสุดๆ เลยก็ว่าได้ ความพิเศษของที่นี่ก็คือ ทุกคนจะได้มาสูดอากาศชั้นดีท่ามกลางทุ่งนาขั้นบันไดสีเขียวขจี เพิ่มความสดชื่น ซึ่งถ้าใครต้องการการพักผ่อนที่ไม่ต้องขยับร่างกายมาก ก็เหมาะที่จะเยี่ยมเยียนบ้านป่งบงเปียงแห่งนี้ค่ะ

สูดไอดิน..กลิ่นข้าว กับ 8 ที่พัก..ท่ามกลางธรรมชาติสีเขียว

ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้เรียกได้ว่านาข้าวกำลังเจริญงอกงามเต็มที่ ใครที่กำลังเล็งว่าจะไปพักผ่อนท่ามกลางท้องทุ่ง ท้องนา แต่ยังไม่รู้จะไปพัก ไปนอนที่ไหน… ที่เอาแบบสโลว์ไลฟ์ด้วย เน้นอยู่แบบใกล้ชิดธรรมชาติด้วย วันนี้ได้รวบรวมมาให้แล้วค่ะ

1. เฮินไต รีสอร์ท

เฮินไต รีสอร์ท ถือว่าเป็นรีสอร์ทที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ เพราะด้วยวิว ทิวทัศน์บรรยากาศที่งดงาม เลยทำให้ผู้คนที่แวะมาเยี่ยมเยือนหลงรักได้ไม่ยาก ซึ่งการออกแบบของรีสอร์ทจะเป็นเรือนพักแบบไม้..และมีหลายประเภททั้งเป็นบ้านพักดูกลมกลืมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

2. ไร่แสงอรุณรีสอร์ท 

ไร่แสงอรุณ รีสอร์ทที่ถูกสร้างด้วยแรงบันดาลใจที่ต้องการผสมผสาน การท่องเที่ยวเชิงเกษตกับรีสอร์ทเพื่อสุขภาพท่ามกลางธรรมชาติที่งดงาม ที่แห่งนี้จะพาทุกคนไปสัมผัสกับทัศนียภาพอันงดงามของภูเขา ลุ่มน้ำโขง และท้องไร่ ท้องนา รวมถึงการได้สัมผัสวิถีชีวิตของเกษตรกร

3. ปายกลางนา

ใครที่อยากหลีกหนีจากความวุ่นวายกับสิ่งที่เจออยู่ ต้องมาเจอกับ บ้านปายกลางนา เพราะที่นี่จะทำให้คุณได้พบเจอกับความสงบ เรียบง่าย แล้วอยู่กับธรรมชาติแบบไม่ปรุงแต่งอย่างแท้จริง บ้านพักของที่นี่สร้างจากวัสดุธรรมชาติ มีการปลูกผักเอง ทุกอย่างไม่ใช้สารเคมี

4. เดอะ ปูคา บูติค รีสอร์ท (The Puka boutique resort) 

The Puka boutique resort ที่พักกลางทุ่งนาในจังหวัดเชียงใหม่..ที่มีสระว่ายน้ำสีฟ้าสดใสตัดกับสีเขียวของต้นข้าวดูสบายตา..ชวนน่าพักผ่อน ส่วนในเรื่องห้องพักถือว่ามีสิ่งอำนวยสะดวกครบครัน

5. แม่กลางหลวง ฮิลล์ 

อีกหนึ่งที่พักที่น่าสนใจกับแม่กลางหลวงฮิลล์บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติของทุ่งนา ที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขา ที่นี่นอกจากจะมีต้นข้าวเขียวๆแล้วให้เชิญมองแล้ว วันไหนฟ้าฝนเป็นใจเราก็จะมีโอกาสได้เห็นทะเลหมอกงามๆ ได้อีกด้วย

6. ภูปาย อาร์ท รีสอร์ท

ภูปาย อาร์ท รีสอร์ท ตั้งอยู่ในอ้อมกอดขุนเขาและสายหมอกแห่งเมืองปาย มีบรรยากาศที่เงียบสงบท่ามกลางท้องนาสีเขียวขจี..ห้องพักของที่นี่จะถูกแบบให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ แถมยังมีสระว่ายน้ำสวยๆ ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งอีกด้วย

7. ภูสันฟ้า เรสซิเด้นซ์

ยังคงอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ คราวนี้แวะไปที่ภูสันฟ้า เรสซิเดนซ์ ห้องพักที่สวยทั้งภายนอกและภายใน ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาอันเขียวขจีและมีฝูงรูปปั้นม้าที่ยืนโดดเด่น..ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม

8. อยู่ดิน กินดี ฟาร์มสเตย์

อยู่ดิน กินดี ฟาร์มสเตย์  ที่พักขนาดย่อม ที่ถูกสร้างไว้อย่างน่ารักและเต็มไปด้วยความอบอุ่นแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ อ.แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นฟาร์มสเตย์ที่ทำมาจากบ้านดิน ห้องพักถูกตกแต่งได้อย่างเป็นธรรมชาติมีเอกลักษณ์ ในแต่ละห้องจะมีการตกแต่งที่ไม่เหมือนกัน แต่รับรองว่าต้องหลงรักอย่างแน่นอน  ส่วนบริเวณรอบๆ เต็มไปด้วยวิวของท้องนาที่ช่วยสร้างความสดชื่นให้แก่ผู้ที่ได้เข้ามาพัก

เคล็ดลับดี ๆ จาก เซียนบาคาร่า เล่นอย่างไรให้ได้เงินทุกวัน

ถ้าใครที่ขึ้นชื่อว่า เซียนบาคาร่า แล้วนั้นก็คงเป็นคนที่อยู่ในแวดวงของบาคาร่า หรือเล่น บาคาร่าออนไลน์ เป็นชิวิตจิตใจ จึงทำให้ได้รับฉายาว่าเป็นเซียน ส่วนใหญ่แล้วในบรรดา เซียนบาคาร่าออนไลน์ ทั้งหลายก็มีสูตรเด็ดหรือเทคนิคขั้นเทพของแต่ละคนอยู่ บางคนก็เปิดเผยและเผยแพร่เคล็ดลับต่างๆในการเล่นให้ได้ทราบกันแต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ ไม่ยอมเผยสูตรลับในการเล่นเลย ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดดี ๆ จาก เซียนบาคาร่า มาบอกกัน ซึ่งหากถ้าเล่นตามที่เซียนแนะนำมานั้นก็อาจจะทำให้ท่านเล่นบาคาร่าได้ง่ายและมีโอกาสที่จะทำเงินจากเกมส์บาคาร่าได้ทุกวัน สามารถสร้างกำไรได้เร็วขึ้น โดยเคล็ดลับดี ๆ ที่อยากจะบอกต่อนั้นมีดังต่อไปนี้

1. ให้จำสถิติที่แล้วมาในการเล่น โดยในการเล่นบาคาร่าออนไลน์จะมีการแสดงสถิติให้เห็น 3 แบบ คือ BT, HK, HK2 ทั้ง 3 ตัวนี้จะขึ้นบนหน้าจอทุกครั้งที่เล่นบาคาร่าออนไลน์ เคล็ดลับจาก เซียนบาคาร่า คือ ต้องรู้จักการสังเกตุสถิติแบบต่าง ๆ ว่ามีรูปแบบอย่างไร และจะนำมาประยุกต์ให้เข้ากับการเล่นอย่างไร แต่รูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ สถิติแบบ BT ดังนั้น การจะทำเงินจากบาคาร่าท่านจะต้องฝึกสังเกตและจำสถิติการเล่นในแต่ละครั้งให้ได้

2. หากมีการเปลี่ยนตำแหน่งของผู้เล่นและคนแจกไพ่เกิดขึ้น วิธีเลือกลงเดิมพันที่มีลุ้นคือ ให้ลงเดิมพันฝั่งผู้เล่นจะดีที่สุด เพราะส่วนใหญ่ผลที่ได้ จะเป็น Player มากกว่า Banker วิธีนี้เป็นเคล็คลับที่เกิดจากประสบการณ์การเล่นของเซียนบาคาร่า ซึ่งเป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนมักจะมองข้าม แต่กลับใช้ได้ผลเสมอ

3. กรณีที่เล่นแล้วไพ่ออกซ้ำ ๆ กัน หมายความว่าโอกาสในการทำเงินกำลังอยู่ในมือของท่านแล้ว ให้ท่านแทงต่อไปซ้ำ ๆ เพราะไพ่ที่ออกเหมือนเดิมแล้วมาแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง โอกาสที่จะออกเหมือนเดิมอีกจะมีสูงมาก การลงเดิมพันลักษณะนี้จะมีโอกาสชนะมากขึ้น เมื่อไพ่เปลี่ยนลายก็ค่อยเปลี่ยนวิธีเล่นใหม่

4. ไพ่ที่ออกเสมอกันหรือเรียกว่า Tie game เมื่อมีไพ่ออกแบบนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง ในตาถัดไปให้แทงฝั่งที่ออกก่อนที่ไพ่จะออก เช่น ก่อนหน้านี้ไพ่ออก Banker และตามด้วย Tie หลังจาก Tie ให้เลือกเล่น Banker อีกครั้ง เพราะโอกาสถูกมีมากถึง 70%

5. อีกคำแนะนำจาก เซียนบาคาร่า คือ ให้ลองสังเกตุเกมส์บาคาร่า ไม่ว่าจะเป็นเว็บคาสิโนไหนก็ตาม ในตาสุดท้ายของเกมส์ ร้อยละ 80 มักจะออกในฝั่ง Player มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ไพ่ออก Banker ดังนั้นการเลือกแทง Player ในตาสุดท้ายจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

คำแนะนำของ เซียนบาคาร่า ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นนี้ หากท่านลองนำไปปฏิบัติ จะช่วยให้ท่านมีโอกาสชนะและมีโอกาสทำเงินจากการเล่นได้มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องอาศัยสูตรในการเล่นใดๆ โดยเฉพาะคนที่มีไหวพริบและมีการจดจำที่ดี และในขณะที่เล่นให้ท่านทำการสังเกตลายไพ่อยู่บ่อยๆ เพื่อให้เกิดความเคยชิน ยิ่งเป็นการเล่น บาคาร่าออนไลน์ ด้วยแล้วก็ยิ่งง่าย เพราะจะมีสถิติให้ได้ดูตลอด ซึ่งบอกได้เลยว่าหากท่านจับทางไพ่ถูกและุใช้เคล็ดลับตามที่ เซียนบาคาร่าออนไลน์ ได้กล่าวมานั้น รับรองได้เลยว่าท่านจะสามารถทำกำไรจากการเล่นได้ทุกวันและรวยได้แบบง่ายๆอย่างแน่นอน

สูตรเดินเงินบาคาร่า ลงเดิมพันอย่างไรไม่ให้เสีย

 

แน่ใจแค่ไหนว่า สูตรเดินเงินบาคาร่า ที่คุณมีอยู่นั้นสามารถทำเงินให้คุณได้จริงๆ แล้วคุณเคยที่จะใช้มันกี่ครั้งแล้ว และเมื่อใช้ไปแล้วมันได้ผลจริงๆ หรือไม่ เราเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะมีเทคนิคหรือเคล็ดลับการ เดินเงินบาคาร่า ที่ดีๆ อยู่แล้ว แต่มันจะดีแค่ไหนถ้ามีคนเอาเทคนิคเหล่านั้นมาแบ่งปันให้กับคุณอีกและยังเป็นเทคนิคระดับโลกด้วยมันคงดีไม่น้อยเลย Lyle Stuart แชมป์บาคาร่าระดับ world tournament เขาคนนี้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเล่นบาคาร่า นอกจากสูตรและเทคนิคที่เขามี อีกหนึ่งสิ่งทำให้เขานั้นก้าวไปสู่แชมป์ระดับโลกคือวิธีการ เดินเงินบาคาร่า ซึ่งเขาใช้วิธีดังต่อไปนี้

สูตรเดินเงินบาคาร่า ของ Lyle Stuart เป็นการนำหลักความน่าจะเป็นมาใช้ จะเห็นได้ว่าโอกาสที่ Banker หรือ Player จะชนะนั้น แทบจะเป็น 50:50 ดังนั้นโอกาสที่วางพนันแล้วจะชนะตลอดทุกครั้งนั้นเป็นไปไม่ได้เลย Lyle Stuart จึงคิดค้นวิธีบริหารเงินขึ้นมาเพื่อที่ใช้ในการพิชิตเกมส์บาคาร่า ซึ่งวิธีการเดินเงินเริ่มพนันจากเงิน 100 บาท โดยใช้เงินดังกล่าวนำไปเล่น สมมุติชนะจะได้ 100 บาทรวมเป็น 200 บาท เก็บทุน 100 บาท แบ่งเงินที่ได้ออกเป็นสองกอง จะได้กองละ 50 บาท

สูตรเดินเงินบาคาร่า ของ Lyle Stuart ขั้นตอนต่อไป วางเดิมพันครั้งต่อไปที่ 50 บาท ครั้งนี้ถึงแม้เราจะแพ้ (ตามหลักความน่าจะเป็นที่ Banker or Player จะชนะ 50 : 50) แต่เราก็ยังชนะเงินพนันอยู่ดี (กำไร50 บาท) แต่ถ้าครั้งที่ 2 ชนะก็จะมีเงินรวมเป็น 250 เก็บกำไรจากการชนะครั้งที่2 25บาท และแบ่งเป็น 2 กอง โดยที่กองที่1 มากกว่ากองที่2 อาจจะเป็น 125 : 100 เอาเงินกองที่มีน้อยมาวางพนันก่อน เพราะว่าถึงแม้เราจะแพ้แต่เราก็ยังกำไรอยู่นั้นเอง

ผมไม่ได้เป็นพวกหิวเงิน! “โรนัลโด้” ปัดย้ายซบลีกแดนมังกร

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะระดับซูเปอร์สตาร์ของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่ใน ลา ลีกา สเปน ปัดย้ายไปค้าแข้งในศึกซูเปอร์ลีก จีน แม้จะได้รับค่าเหนื่อยเป็นจำนวนมหาศาลก็ตาม

โดย ฆอร์เก เมนเดส เอเยนต์ส่วนตัวของเจ้าตัวเผย มีทีมจากลีกแดนมังกร พร้อมทุ่มเงินจำนวนสูงถึง 300 ล้านยูโร เพื่อกระชากตัวเจ้าของรางวัล บัลลงดอร์ สมัยล่าสุดไปร่วมทีม แถมให้ค่าเหนื่อยถึง 100 ล้านยูโร ต่อปี (ประมาณ 3,763 ล้านบาท)

กระแสความแรงของ ลีกจีน เริ่มมีมากขึ้น เมื่อหลายสโมสรต่างทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อแลกกับการคว้าตัวดาวดังระดับโลกไปร่วมทีม อย่างล่าสุดกับการที่ คาร์ลอส เตเวซ และ ออสการ์ สองแข้งดังตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม

อย่างไรก็ตาม ดาวเตะวัย 31 ปี ให้สัมภาษณ์ กับ ฟุตบอล เอสปาน่า สื่อแดนสเปน ถึงกระแสที่มีทีมในลีกจีน พร้อมทุ่มค่าเหนื่อยล่อใจให้ย้ายออกจาก ซานติอาโก้ เบอร์นาเบว ว่า “งานของผมคือพยายามอย่างสุดความสามารถ และทุ่มเทเต็มที่ในสิ่งที่ตัวเองทำ การได้เป็นเบอร์ 1 เป็นนักเตะที่มีคุณค่า นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม”

“การที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ผมไม่ได้สนใจมัน งานของผมคือเล่นฟุตบอล ผมไม่ได้สนใจเงินจำนวนดังกล่าว มันเป็นเพียงสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเท่านั้น” เจ้าตัวกล่าว

ขอแชมป์โลกอีกสมัย! “แม่ปุก” ตั้งเป้าหมายสูงสุด “น้องเมย์”

“แม่ปุก” นางกมลา ทองกร ผู้อำนวยการโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด ต้นสังกัดของ “น้องเมย์” รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวมือ 5 ของโลก เปิดเผยว่า ในการแข่งขันปี 2560 ได้ตั้งเป้าหมายสูงสุดของ น้องเมย์ ไว้ว่า อยากจะคว้าแชมป์การแข่งขันแบดมินตัน ชิงแชมป์โลก 2017 ให้ได้อีกครั้ง

หลังจากเคยคว้าแชมป์โลกได้เมื่อปี 2013 รวมทั้งอยากคว้าแชมป์การแข่งขันแบดมินตันระดับซูเปอร์ซีรีส์ พรีเมียร์ รายการ ออลอิงแลนด์ โอเพ่น 2017 ซึ่งออลอิงแลนด์ถือเป็นรายการใหญ่ที่เป็นตำนาน และรัชนกก็ยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ได้ หลังจากก่อนหน้านี้เคยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เมื่อปี 2013 แต่แพ้ ทิเน เบาน์ คู่แข่งจากเดนมาร์ก 1-2 เกมไปอย่างน่าเสียดาย

การตั้งเป้าคว้าแชมป์ออลอิงแลนด์เอาไว้ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจว่า รายการใดที่ น้องเมย์ ไม่เคยได้ก็จะมีความมุ่งมั่นมากขึ้น ขณะที่รายการชิงแชมป์โลกนั้น ถ้านักแบดมินตันคนใดสามารถคว้าแชมป์ได้หลายปีก็จะถือเป็นสถิติที่ดี แต่บางที่ไปตั้งความหวังไว้มากก็กดดันเป็นเรื่องธรรมดา

สำหรับการแข่งขันแบดมินตันออลอิงแลนด์ ยังไม่เคยมีนักตบลูกขนไก่ไทยรายใดคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ โดยทำได้ดีที่สุดคือตำแหน่งรองชนะเลิศ จากประเภทชายเดี่ยว เจริญ วรรธนะสิน ปี 1960, 1962, ชาญณรงค์ รัตนแสงสรวง ปี 1963, หญิงเดี่ยว รัชนก อินทนนท์ ปี 2013, ชายคู่ ณรงค์ พรฉิม กับ ระพี กาญจนระพี ปี 1962 และคู่ผสม สุดเขต ประภากมล กับ สราลีย์ ทุ่งทองคำ ปี 2011

นางกมลา กล่าวอีกว่า สภาพร่างกายของน้องเมย์ ก็ถือว่ากลับมาแล้วหลังจากมีอาการบาดเจ็บเมื่อปีก่อน ทั้งนี้ รายการแรกของปีนี้น้องเมย์จะลงแข่งขันในรายการแบดมินตัน ระดับกรังด์ปรีซ์ โกลด์ รายการ ปรินเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2017 ที่อาคารนิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 7-12 กุมภาพันธ์ นี้

แต่จะขอดูก่อนว่า น้องเมย์ จังหวะในการวิ่งรับลูกกลับมาแล้วหรือยัง และสภาพหัวเข่าพับในข้างซ้ายกลับมาดีเข้าที่แล้วหรือยัง และสามารถบิดตัวเร็วในจังหวะตีลูกได้หรือยังก่อนด้วย เพราะก่อนหน้านี้ น้องเมย์ ไม่ค่อยกล้าเล่นจังหวะกระตุกตัวเร็วๆ

จากไร่ฝิ่นสู่ถิ่นชา

“หลายสิบปีก่อนพวกเราจำเป็นต้องปลูกฝิ่นขายยาเสพติด เพราะไม่มีทางเลือก เราไม่มีกิน คนหนุ่มสาวทั้งหมดต้องไปขายแรงงานที่ไต้หวัน  หมู่บ้านเหลือแต่เด็กและคนแก่   แต่หลังจากที่มาปลูกชาวันนี้ชีวิตพวกเราดีขึ้น มีเงินส่งลูกเรียนสูงๆ มีรายได้ที่มั่นคง ครอบครัวทุกคนได้อยู่ด้วยกัน  พวกเรามีความสุขมากครับ” เสียงตอบและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของ เชิดชาย ลาชี สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเทอดไท อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย  แหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  เมื่อถูกถามว่าชีวิตหลังจากการปลูกฝิ่นหันมาปลูกชาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง

พื้นที่เขตดอยแม่สลอง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย บ้านของชาวเขาเผ่าอาข่า ย้อนไป 30 ปีก่อนยังเป็นดินแดนอันตรายจากการเป็นทางผ่านหลักยาเสพติดที่รุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่งของโลก กองกำลังขุนส่า ว้า และก๊กมินตั๋ง ใช้เส้นทางนี้เป็นแหล่งขนถ่ายยาเสพติดจากยอดดอยอันหนาวเหน็บออกสู่ทุกประเทศทั่วโลก ฐานอำนาจอันโหดเหี้ยมที่มีสินค้าสำคัญได้แก่ ฝิ่นและเฮโรอีน นำมาซึ่งเงินและความมั่งคั่งให้กับกองกำลังดังกล่าว  หากแต่ชาวบ้านกลับมีชีวิตยากจน แร้นแค้น และสิ้นหวัง  พวกเขาจำเป็นต้องปลูกฝิ่นเพื่อแลกข้าวประทังชีวิต  ทุกครัวเรือนล้วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและค้าประเวณี

จนกระทั่งการเข้ามาของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในปี พ.ศ. 2531 “สมเด็จย่า” ทรงมีพระราชดำริขจัดแหล่งปลูกฝิ่นและยาเสพติดให้หมดไปจากดินแดนแห่งนี้  ภารกิจพลิกคืนผืนป่าฟื้นฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของชาวเขาบนดอยจึงเริ่มขึ้น เริ่มต้นด้วยการให้ความรู้การศึกษาอย่างเป็นระบบ แล้วสอนการปลูกพืชเศรษฐกิจ อาทิ ชา กาแฟ แมคคาเดเมีย  เพื่อเป็นฐานพัฒนามาตรฐานชีวิตชาวเขาที่ยากไร้ให้มีแหล่งรายได้อื่นที่ยั่งยืนกว่ายาเสพติด

จากภูเขาหัวโล้นที่เคยเป็นไร่ฝิ่น วันนี้พื้นที่กว่า  59,760 ไร่ กลายเป็นแหล่งปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผลที่ตามมาคือการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าถึงชุมชนทั้ง ถนน สาธารณูปโภค อนามัย มาจากความร่วมมือกันอย่างแข็งขันของภาครัฐและเอกชน ซึ่ง “อิชิตัน” คือหนึ่งในองค์กรเอกชนที่ให้ความสำคัญในการสนับสนุนรับซื้อใบชาจากชุมชนดังกล่าวและยังช่วยพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกชาแก่ชาวบ้าน ทำให้ชาวเขาเผ่าอาข่า วันนี้มีการงานอาชีพที่มั่นคง รายได้ต่อครัวเรือนขยับจาก 23,710 บาทต่อปีในปี 2547 เป็น 127,010 บาทต่อปีในปี 2554  และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ลูกหลานเกษตรกรชาไม่ต้องไปทำงานที่อื่น ที่สำคัญที่สุดคือการอยู่พร้อมหน้ากันทั้งครอบครัว มีรอยยิ้ม มีชีวิต และมีความสุข

ล่าสุด อิชิตัน ได้นำร่องโมเดลพัฒนาชุมชนต้นน้ำเผ่าอาข่า นำทีมโดย ตัน ภาสกรนที  ริเริ่มโครงการ “ชาคืนต้น” มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคให้คนในพื้นที่ มีน้ำสะอาดใช้ตลอดทั้งปี ด้วยการขุดเจาะพื้นหินลึกกว่า  80 เมตร เพื่อลำเลียงน้ำบาดาลมาเก็บสะสมให้เพียงพอต่อการใช้ พร้อมขยายขอบเขตความรับผิดชอบไปถึงลูกหลานของเกษตรกรผู้ปลูกชาให้ได้รับการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ สามารถนำมาต่อยอดพัฒนาเป็นอาชีพได้ โดยเลือกลงพื้นที่ไปยัง โรงเรียนพญาไพรไตรมิตร ต.เทอดไท อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เป็นพื้นที่แรก และเสร็จสิ้นภารกิจในปีแรกไปแล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

ย้อนรอยอดีตผ่านปัจจุบันกับทริปวันเดียวเที่ยวเลียบเจ้าพระยา

ใกล้จะหมดหน้าฝนแล้ว อีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเข้าสู่หน้าหนาว ฤดูโปรดของหลายๆ คน รวมถึง Travel เองด้วย เพราะเวลาอากาศดีๆ ท้องฟ้าโปร่งๆ ทีไร ก็จะหาโอกาสจัดทริปวันเดียว เดินเที่ยวเก็บเกี่ยวบรรยากาศรอบตัวอยู่เสมอ

ถ้าเป็นแต่ก่อน จะวางแผนทริปแต่ละครั้ง ก็ต้องอาศัยกูเกิ้ลเป็นหลัก แต่เดี๋ยวนี้มีแอปพลิเคชันเด็ดๆ ที่ออกมาเอาใจนักเดินทางสมัครเล่นอย่างเราและช่วยให้วางแผนทริปแต่ละครั้งง่ายขึ้นเยอะ ไม่ว่าจะทริปไกลหรือทริปใกล้ ทั้งยังสามารถเลือกแอปพลิเคชันที่เหมาะกับสไตล์การท่องเที่ยวของตัวเองอีกด้วย

ใครที่เป็นคนประเภทเดียวกับเรา ชอบเที่ยว ชอบเดิน ชอบสำรวจ ชอบรู้เรื่องราวเก่าๆ แล้วเอามาโยงกับปัจจุบัน เรามีแอปพลิเคชันฟรีที่เพิ่งลองใช้งานเมื่อเร็วๆ นี้มาแนะนำ คือ Culture Explorer 2.0 ภาคต่อของแอปพลิเคชันชื่อเดียวกัน แต่ได้รับการพัฒนาให้หลากหลายและน่าสนใจยิ่งขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่อยากจัดทริปเลาะเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมกับเรียนรู้ประวัติศาสตร์และตามรอยวัฒนธรรมของบ้านเมืองเราในอดีตด้วย

สิ่งที่เพิ่มเติมมาให้เวอร์ชั่นนี้ของ Culture Explorer ก็คือส่วนของริเวอร์วิว ที่เพิ่มเติมมาจากสตรีทวิวที่มีอยู่เดิม ที่สามารถเลือกสำรวจได้ถึง 7 ท่า คือ ท่าสะพานพุทธ ท่าเตียน ท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่าพระอาทิตย์ ท่ารถไฟ ท่าสี่พระยา และท่าราชวงศ์

เองอยากจะตระเวนให้ครบทั้ง 7 ท่า แต่เนื่องจากเวลามีจำกัด เราเลยจัดทริปสั้นๆ ทัวร์ 4 ท่าแบบลุยเดี่ยว โดยมี Culture Explorer เป็นทั้งเนวิเกเตอร์และคนให้ข้อมูลส่วนตัวด้วย

จุดหมายที่ 1: ท่าช้าง

เรามาตั้งต้นกันที่ท่าช้างเป็นที่หมายแรกก่อน Culture Explorer ทำให้เรารู้ว่า ท่าน้ำที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระนี้ มีประวัติมายาวนานกว่า 200 ปี

ร่องรอยของวัฒนธรรมที่เห็นจากแถวนี้ก็คือตึกเก่าๆ ที่ถึงจะผ่านการบูรณะใหม่ แต่ก็ยังมีร่องรอยของสถาปัตยกรรมในอดีตเหลืออยู่ให้คนรุ่นเราได้ชื่นชมและถ่ายรูปกันเพลินๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ความสนุกของ Culture Explorer อยู่ตรงที่ฟีเจอร์คลังภาพเก่าและถ่ายภาพย้อนเวลาที่ทำให้เราเปรียบเทียบภาพถ่ายมุมเดียวกัน ระหว่างอดีตและปัจจุบันได้ทันที

จุดหมายที่ 2: ท่าเตียน

จุดหมายที่ 2 ที่ Culture Explorer นำทางเรามาก็คือท่าเตียน ซึ่งพอมาอยู่ ณ จุดนี้ เราลองใช้ฟีเจอร์การแจ้งเตือนสถานที่ใกล้เคียง เพื่อดูว่าในละแวกนั้นมีสถานที่สำคัญอะไรอยู่ในบริเวณนั้นบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับจุดนี้ สถานที่ที่เด่นที่สุดก็คือวัดอรุณฯ ซึ่งเราแอบเสียดายเบาๆ ว่าตอนนี้อยู่ในช่วงบูรณะอยู่

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ท่าเตียนก็ยังทำเราฟินได้ เพราะมีตึกเก่าที่พอถ่ายใช้ฟีเจอร์คลังถ่ายภาพย้อนเวลา เอาเก่ากับใหม่มาเจอกันในภาพเดียว ก็ยิ่งเพิ่มกลิ่นอายย้อนอดีตให้กับบรรยากาศที่คึกคักของท่าเตียน ซึ่งทำได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

จุดหมายที่ 3: ท่าสะพานพุทธ

คนยุคเราอาจจะนึกภาพไม่ออกว่า เวลาสะพานพุทธเวลาสะพานทั้ง 2 ด้านยกขึ้นแยกจากกัน เพื่อให้เรือใหญ่ผ่านได้นั้นเป็นอย่างไร ถ้าอยากเห็นเราแนะนำให้เปิดดูในฟีเจอร์คลังภาพเก่าประกอบการเดินเที่ยวในย่านนี้ไปด้วย รับรองว่าจะได้เห็นมุมมองที่แปลกตาของสะพานแห่งนี้

จุดหมายที่ 4: ท่าราชวงศ์

ปิดท้ายทริปลุยเดี่ยวแบบมี Culture Explorer เป็นผู้ช่วยกับท่าราชวงศ์ ที่เราเลือกนั่งเรือมาลงที่นี่เป็นที่สุดท้าย เพราะท่าน้ำนี้นำเราไปสู่บรรยากาศเก่าของย่านการค้าในอดีตที่ยังคงมีกลิ่นอายอยู่จนทุกวันนี้ เพราะจากท่าราชวงศ์สามารถเดินต่อไปยังสำเพ็งที่ทุกวันนี้ก็ยังคลาคล่ำไปด้วยพ่อค้าแม่ขายอยู่

จบทริป 4 ท่าใน 1 วัน เรายังสามารถแชร์รูปที่ถ่ายมาในวันนี้ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที ทั้งยังเก็บเป็นคลังภาพไว้ในแอปพลิเคชันนี้ได้อีกด้วย