สะเทือนใจ แม่นกเงือกปกป้องลูกน้อยถูกขโมย จนตายคาโพรง

เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรารักษ์ เกาะยาว ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกาะยาว จ.พังงา ได้มีการโพสต์ภาพและเรื่องราวของแม่นกเงือกที่ปกป้องลูกน้อยจากการถูกขโมยไปขายในโลกโซเชียล โดยระบุว่า “วันนี้ตอนบ่ายไปดูโพรงรังนกเงือกที่ต้นเสม็ดแดงตามปกติ ซึ่งจะไปดูสองวันครั้ง ไปวันนี้ก็รู้สึกแปลก ๆ เพราะสภาพเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงลูกนกร้อง เลยเข้าไปดูใกล้ ๆ สภาพโพรงที่ว่างเปล่า บอกให้รู้ว่าได้มีขโมยมาล้วงเอาลูกนกเงือกไปอีกแล้ว

แต่รู้สึกแปลกใจว่าในโพรงมันน่าจะมีอะไรอยู่ เพราะสภาพในโพรงรังมืด ใช้แฟรชกล้องถ่ายรูปส่องดู เห็นมีนกเงือกนอนอยู่ในโพรง เลยลงไปชวนโกบกับรุสดิ้นขึ้นมาดู หลังจากกระเทาะดินด้านหน้าของโพรงออกแล้ว เจอแม่นกเงือกนอนตายอยู่ในโพรง แม่นกคงต่อสู้เพื่อปกป้องลูกของมันจากคนที่ไปขโมยลูก เลยถูกคนทำอันตรายถึงตาย น่าเศร้าใจจริง ๆ ครับ นกเงือกแม้มันเป็นสัตว์ แต่ความรักที่มันมีต่อลูกน้อยของมัน มีค่ากว่าชีวิตของตัวเอง ยอมตายเพื่อจะปกป้องลูก วันนี้อีกหนึ่งชีวิตแม่ที่จบสิ้น เพราะความรักลูก และเพราะความใจร้ายของคน วันนี้ที่ต้นเสม็ดแดง เคยมีเสียงลูกนกร้อง เสียงแม่นกเพรียกหาพ่อนก เสียงพ่อนกร้องเสียงดังก่อนที่จะไปป้อนอาหารที่รัง บัดนี้ไม่มีแล้ว”

ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ซึ่งเหตุการณ์การขโมยลูกนกเงือกไปขายไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หากโชคดีมีคนแจ้งเบาะแสก็สามารถช่วยชีวิตลูกนกเงือกไว้ได้ และต้องมีสมาชิกในกลุ่มคอยสอดส่องดูแลครอบครัวนกเงือก ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ทางเพจเรารักษ์ เกาะยาว ได้ให้ข้อมูลว่า นกเงือกเป็นสัตว์อายุยืน อาจจะมีอายุยืนยาวได้ถึง 30 ปี แต่ละตัวสามารถช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไม้มากกว่า 100 ต้น/สัปดาห์ หากไม้เหล่านี้สามารถเจริญเป็นไม้ใหญ่ได้เพียง 5 % หนึ่งชีวิตของนกเงือกจะสามารถปลูกไม้สำคัญของป่าได้ถึง 500,000 ต้น

ฮือฮา เด็กเล่นน้ำเหมือนถูกดึงขา ดำไปดูเจอรูปปั้นเจ้าแม่นาคี

ชาวบ้านฮือฮา รูปปั้นเก่าแก่โผล่ขึ้นลำน้ำชีขอนแก่น ชาวบ้านแห่กราบไหว้ขอโชคลาภกันอย่างเนืองแน่น เชื่อว่าเป็นพระนางอุมาราวดี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด สืบเนื่องจากเฟซบุ๊ค บุญตา สุดโต ได้ลงข้อความในโลกโซเชียลว่า พบพระพุทธรูปมีพญานาคปกป้องคุ้มครอง 1 องค์ ได้นำขึ้นมาจากลำน้ำชี ในเขตพื้นที่บ้านชีวังแคน หมู่ 13 ต.สวนหม่อน อ.มัญจาคีรนี จ.ขอนแก่น ซึ่งได้นำมาตั้งบวงสรวงอยู่ในวัดป่าสวรรค์คงคาราม จึงได้ไปตรวจสอบในสถานที่ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าตรงหน้าอุโบสถ มีชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมาดูและกราบไหว้อย่างเนืองแน่นตลอดเวลา โดยด้านหน้าอุโบสถจะเขียนว่า “ขอเชิญบริจาคดอกไม้, ธูป, เทียน เพื่อสมทบทุนสร้าง “หอโฮง” ให้พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด”

เมื่อเข้าไปในอุโบสถพบว่า มีพระอาจารย์ประเสริฐ คุณสุวณโณ อายุ 47 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าสวรรรค์คงคาราม ได้จัดตั้งให้มีการทำพิธีบวงสรวงพระพุทธรูปพระนางอุมาราวดีเทวี โดยพระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด เป็นพระพุทธรูปที่มีอายุประมาณ 100 กว่าปี พระนางนั่งพับเพียบทรงศีล มีพญานาคอยู่ด้านหลัง ชูเศียรปกป้องคุ้มครอง ความสูง 13 นิ้ว ฐาน 6 นิ้ว ความยาว – กว้าง 6 คูณ 6 นิ้ว อยู่บนถาดเงินและลอยอยู่ในอ่างบัวขนาดเล็ก แม่ของ ด.ช.ตุ้ย อายุ 12 ปี บอกว่า ในช่วงเย็นวันที่ 21 เม.ย. ที่ผ่านมา ลูกชายได้ไปเล่นน้ำในลำน้ำชีที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 10 เมตร ซึ่งน้ำมีไม่มากนัก พบมีกระทงบวงสรวงพญานาค 9 ตัว 9 เศียรลอยอยู่ตรงบริเวณนั้น โดยไม่มีใครทราบว่าลอยมาจากไหน และมาอยู่ในจุดดังกล่าวได้อย่างไร ด.ช.ตุ้ยพร้อมเพื่อนจึงได้ลงเล่นน้ำตรงนั้น แต่เพื่อนบอกว่ามีขาข้างหนึ่งเหมือนถูกดึง ด.ช.ตุ้ยจึงดำลงไปดูก็พบว่าเพื่อนเหยียบรูปปั้นอยู่ ด.ช.ตุ้ยจึงได้นำขาเพื่อนออกมา แล้วก็อุ้มสิ่งของดังกล่าวขึ้นมาไว้บนริมฝั่ง เมื่อเห็นเต็มตา ด.ช.ตุ้ยเชื่อว่าเป็น เจ้าแม่นาคี ก็กราบไหว้แล้วก็ไปเรียกผู้ใหญ่บ้าน พร้อมกับชาวบ้านมาตรวจดู และพิสูจน์ว่าสิ่งที่พบ ต้องมีอะไรแน่ ทำไมดึงขาเพื่อนให้จมลงไปในน้ำได้

นายสุรพล  ศรีบุญเรือง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 13 จึงเล่าต่อว่า หลังจากได้พบเห็นพระนางอุมาราวดีเทวีในลำน้ำชีแล้ว จู่ๆ ก็มีหมอพราหมณ์เดินทางมาจาก อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น มาที่วัดพร้อมกับขอทำพิธีเรียกเทพพญานาคจากวัดป่าคำชะโนดมาประทับ แล้วก็บอกว่าเป็นพญานาคที่ชื่อว่า “พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด” มาตามหาลูกชายในสถานที่ดังกล่าว พร้อมกับบริวารอีก 5 ตัว ตอนนี้ได้พบลูกชายแล้ว และจะขออยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ไปอีก 2-3 ปี ก็จะขอกลับไปที่วัดป่าคำชะโนด จ.อุดรธานี เพื่อให้ชาวบ้านและคนที่เคารพศรัทธาปู่ศรีสุทโธได้กราบไหว้ อยู่ร่มเย็นเป็นสุขมั่งมีเงินทอง โดยเฉพาะชาวบ้าน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ที่ประสบภัยแห้งแล้งมาโดยตลอด ชาวบ้านที่ทราบข่าวพบรูปปั้นเจ้าแม่นาคี หรือ พระนางอุมาราวดีเทวี พระสนมปู่ ศรีสุทโธ วัดป่าคำชะโนด ในลำน้ำชี อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ได้ทยอยมากราบไหว้อย่างเนืองแน่น ตลอดทั้งวัน เพราะเชื่อว่าเป็นจริงตามความเชื่อและความศรัทธา จึงได้มากราบไหว้อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะโชคลาภเช่นกัน

เด็กแว้นเมืองชลฯ เหิมหนัก เอาน้ำเน่าใส่ถุงพลาสติก ปาใส่ชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่ใช้ถนนเส้นสะพานใหม่ชลบุรี ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รับความเดือนร้อนจากกลุ่มเด็กแว้นไล่ขว้างปาถุงน้ำพลาสติกใส่กัน ก่อนคืนวันสงกรานต์หนึ่งวัน บางรายนำเอาน้ำเหม็นๆ มีฟองผงซักฟอกใส่ถุงปาใส่คนที่ขี่รถผ่านไปมา จนประชาชนได้ความเดือนร้อน

โดยมีผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเองได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อจะกลับบ้าน ผ่านกลุ่มเด็กแว้นขี่รถจักรยานยนต์มากันหลายคัน ก่อนปาถุงพลาสติกใส่ที่แขน จนได้รับบาดเจ็บ และน้ำในถุงก็มีฟองผงซักฟอก ทำให้ประชาชนที่ใช้ถนนเเลียบชายหาดทะเล ไปจนถึงถนนสะพานใหม่ เพื่อสัญจรไปเที่ยวงานกาชาดชลบุรี หรือผู้ที่มาพักผ่อนชมวิวบริเวณสะพานใหม่ โดนกลุ่มเด็กแว้นขว้างปาถุงน้ำใส่

ส่วนถุงน้ำที่เด็กแว้นใช้ขว้างปาใส่กันนั้น ไม่ใช้เพียงถุงน้ำเปล่าเท่านั้น บางรายใส่น้ำเน่าเสีย น้ำแฟ้บ น้ำปลาร้า น้ำแกง น้ำทะเล ไข่ไก่เน่า รวมไปถึงน้ำมันเครื่อง นำมาใส่ถุงพลาสติกใส่แล้วมัดปากด้วยหนังยาง ก่อนที่จะร่วมตัวกันบริเวณสะพานใหม่เพื่อขี่รถจักรยานยนต์ไล่ขว้างปาถุงน้ำใส่กันอย่างอย่างคึกคะนอง  ทั้งขว้างปาใส่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่สัญจรถนนเส้นนี้ และพบว่าประชาชนที่ถูกเด็กแว้นขว้างปาถุงน้ำใส่ บางรายได้รับบาดเจ็บฟกซ้ำตามร่างกายจากแรงปะทะของถุงน้ำพลาสติก และอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้เพราะเนื่องจากถุงพลาสติกที่ตกเกลื่อนกลาดตามท้องถนน ทั้งนี้ ชาวบ้านวอนให้ผู้เกี่ยวข้องได้กวดขัน ไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นเล่นสงกรานต์แบบคึกคะนองเกินขอบเขต เพราะอาจจะทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายถึงชีวิตได้

เจอแล้วสาวน้ำใจงามช่วยคนเจ็บกลางถนน เป็นคุณหมอฟัน รพ.มหาสารคาม

ทันตแพทย์หญิงเพิ่งเลิกงานช่วยชีวิตคนเจ็บหนักข้างถนน จากเหตุรถชนกลางดึก จากกรณีโลกโซเชียลต่างเผยแพร่ภาพ หญิงสวมเสื้อขาวรายหนึ่งกำลังเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ อยู่บริเวณข้างถนนเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมา บริเวณถนนริมคลองสมถวิล จ.มหาสารคาม ซึ่งทราบภายว่า หญิงรายนี้คือทันตแพทย์ท่านหนึ่งของโรงพยาบาลมหาสารคามที่เพิ่งเลิกงานและกำลังขับรถจะกลับบ้าน แต่บังเอิญขณะนั้นมีอุบัติเหตุจึงรีบลงจากรถ สวมบทแพทย์กู้ชีพจำเป็น พร้อมทั้งทำแผลสดและประคองผู้บาดเจ็บไม่ให้เคลื่อนไหว ก่อนนำส่งโรงพยาบาลในที่สุด ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง ทพญ.นัชนพ รัตนเดชสกุล หรือ คุณหมอต้นกล้า ซึ่งเป็นบุคคลในภาพ และปฏิบัติหน้าที่เป็นทันตแพทย์และเป็นหัวหน้างานประชาสัมพันธ์ ของโรงพยาบาลมหาสารคาม

โดยคุณหมอต้นกล้า เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงคืน ตนเพิ่งเลิกงานและกำลังเดินทางกลับบ้าน เมื่อขึ้นรถไปสักครู่ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นบริเวณหลังรถ เมื่อลงไปดูก็พบอุบัติเหตุระกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ โดยรถจักรยานยนได้ล้มอยู่บริเวณข้างถนน ใกล้กันพบผู้บาดเจ็บเป็นเยาวชนหญิง นอนร้องด้วยความเจ็บปวด ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปดู พบว่าเยาวชนหญิงมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณลำตัวเป็นแผลถลอกหลายจุด ส่วนที่ปลายคางมีแผลใหญ่และลึก ส่งผลให้เลือดไหลออกไม่ยอมหยุด ตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งกู้ชีพ 1669 และรีบทำการห้ามเลือด พร้อมทั้งหยิบอุปกรณ์ที่มีอยู่ในรถออกมาทำแผลเบื้องต้นให้ผู้บาดเจ็บทันที และประคองคอของผู้บาดเจ็บไม่ให้เคลื่อนไหวเพราะเกรงจะบาดเจ็บซ้ำอีก

ทั้งนี้ ตนเองแม้จะเป็นหมอฟันแต่รู้วิธีกู้ชีพและสามารถช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุได้ แม้จะอยู่ในช่วงเวลาเลิกงานแต่หน้าที่แพทย์ในการช่วยเหลือผู้คนนั้นไม่หยุด เมื่อคุณใส่เสื้อกาวน์แล้ว นั่นแหละ คุณถอดไม่ได้ จึงต้องเข้าสู่โหมดทันตแพทย์กู้ชีพ ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้ปลอดภัยที่สุด ตามมาตรฐานและแนวทางที่เคยได้เรียนมา และภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยเหลือประชาชน คุณหมอต้นกล้า กล่าวทิ้งท้ายว่า ช่วงนี้เป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ มีผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก จึงอยากขอฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและมีน้ำใจแก่เพื่อนร่วมทาง หากพบเห็นอุบัติเหตุหรือผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินให้รีบกดโทรศัพท์แจ้ง 1669 ทันทีเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็ยบได้อย่างทันท่วงที

สุดอนาถ! พระบิณฑบาตโดนตำรวจเมาตบศีรษะต่อหน้าชาวบ้าน

พระได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีหลังถูกดาบตำรวจเมาตบศีรษะ เนื่องจากไม่พอใจที่พระบอกบริจาคเงินมากไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง พระมหาศักย์ศรณ์ คงผล ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์อยู่ที่วัดคลองน้ำเจ็ด ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ ดาบตำรวจมานพ สังกัดตำรวจน้ำอำเภอกันตัง จ.ตรัง

หลังจากที่เมื่อเช้า พระมหาศักย์ศรณ์กำลังเดินบิณฑบาตอยู่บริเวณถนนวิเศษกุล อยู่ๆ ด.ต. มานพ ก็ขับรถเก๋งสีขาวมาจอดในสภาพมึนเมา และนำเงิน 500 บาทมาใส่บาตร แต่พระมหาฯ บอกว่ามากเกินไป ทำให้ ด.ต มานพ เกิดความไม่พอใจ ได้ใช้มือซ้ายล็อกคอพระมหาฯ และใช้มือขวาตบศีรษะพระมหาฯ จำนวน 2 ครั้ง ก่อนที่จะพยายามถลกจีวรออก โดยบอกกับชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์ในบริเวณดังกล่าวว่าเป็นพระปลอม มาจากวัดสาลิการาม ต.โคกหล่อ ซึ่งพระมหาฯ ชี้แจงว่าตนเป็นพระอุปัชฌาย์และเป็นพระจริง โดยได้จำพรรษาที่วัดคลองน้ำเจ็ดไม่ใช่วัดสาลิการาม แต่ ด.ต. มานพ ไม่เชื่อ ยังคงพยายามถลกจีวรพระออก จนมีชาวบ้านเข้ามาห้าม และนำตัวพระมหาฯ เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองตรัง ซึ่งมี ด.ต. มานพ ตามมาเอาเรื่องพระมหาฯ จนตำรวจ สภ.เมืองตรัง ต้องมาลากตัวออกไปเพื่อสงบสติอารมณ์

ต่อมาภรรยาและพี่ชายของ ด.ต. มานพ เดินทางมาขอโทษแทน ทำให้พระมหาฯ ไม่เอาเรื่องแต่ขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และให้ ด.ต. มานพ ไปกราบขอขมาตนและเจ้าอาวาสวัดคลองน้ำเจ็ด และให้สัญญาว่าต่อไปจะไม่เมาสุราและประพฤติอย่างนี้อีก โดยตำรวจได้เปรียบเทียบปรับ ด.ต. มานพเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท ซึ่งพี่ชายของ ด.ต. มานพ  รับปากว่าจะพา ด.ต. มานพ ไปขอขมาภายใน 1-2 วันนี้

เต่าออมสิน ตายแล้ว ทีมสัตวแพทย์แถลงข่าวทั้งน้ำตา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร. รุ่งโรจน์ ธนาวงษ์นุเวช คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำทีมสัตวแพทย์ที่ทำการรักษา เต่าออมสิน แถลงการรักษาและอาการล่าสุดของเต่าออมสิน ณ ห้องประชุม1ชั้น 3 สำนักคณบดี อาคาร 50 ปี สัตวแพทยศาสตร์ ด้าน รศ.สพ.ญ.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เต่าออมสิน ตายแล้ว เมื่อเวลา 10.10 น. โดยขอให้ใช้กรณีเต่าออมสิน เป็นบทเรียนสำคัญของสังคมโลก พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการโยนเหรียญ หรือสิ่งแปลกปลอมให้สัตว์กิน เพราะกระทบรุนแรงต่อชีวิตสัตว์ ซึ่งในระหว่างการแถลงข่าว รศ.สพ.ญ.นันทริกา ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ และลุกไปร้องไห้

โดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทีมสัตวแพทย์ ได้ผ่าตัดเต่าออมสิน เนื่องจากพบอาการแทรกซ้อน จากลำไส้บิดตัวรัดกันเอง หลังจากการเพราะการนำก้อนเหรียญจำนวน 915 เหรียญออกจากท้อง ทำให้อวัยวะภายในเกิดความผิดปกติ หลังการผ่าตัดอาการของเต่าออมสินดีขึ้นเป็นลำดับ แต่ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาอาการของเต่าออมสินไม่ดีนัก เนื่องจากพยายามฟื้นตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ในช่องท้องที่มีพื้นที่มากขึ้นจากก่อนผ่าตัด มีแก๊สเพิ่มขึ้นมากทำให้ปวดท้องและเสียโปรตีน

เบื้องต้น คาดว่า เกิดจากร่างกายอ่อนแอ และมีสารนิกเกิลที่เป็นสารเคลือบเหรียญในกระแสเลือด มากกว่าปกติถึง 200 เท่า ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันต่ำ และกระทบระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ ทำให้เต่าออมสินมีอัตรารอดไม่เกินร้อยละ 50 โดยเต่าออมสินอยู่ในห้องไอซียูหลังการผ่าตัด ที่ทีมสัตวแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดมาจะครบ 48 ชั่วโมงหรือ 2 วัน ทั้งนี้ เต่าออมสิน เป็นเต่าตนุ เพศเมียอายุ 25 ปี ถูกทิ้งเอาไว้ในบ่อเลี้ยงร้าง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โดยทีมสัตวแพทย์ได้เข้าไปช่วยเหลือ และพบว่าในร่างกายของมัน มีเหรียญจำนวนมาก จึงได้ผ่าตัดเอาเหรียญออกจากช่องท้องพบว่า มีเหรียญมากกว่า 5 กิโลกรัม จำนวน 915 เหรียญ

เศรษฐกิจซบ-การพนันในชุมชนยิ่งคึก ‘จับฉลาก-พนันบอลออนไลน์’มาแรง

ศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน’  เปิดเผยข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ผลสำรวจสถานการณ์การพนันในระดับชุมชนทั่วประเทศ พบว่าในระดับ 1 ตำบลโดยเฉลี่ยต่อปี มีวงเงินการพนันหวยใต้ดินประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2553 ที่พบว่าวงเงินหมุนเวียนของหวยใต้ดินมีสูงถึง 102,000 ล้านบาท ต่อปี นอกจากนี้ประเด็นอายุของนักพนันนั้น พบว่ามีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โดยมีผู้เล่นพนันอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวนถึงร้อยละ 20

นอกเหนือจาก ‘หวยใต้ดิน’ ที่ถือว่าเป็นการพนันยอดฮิตของคนไทยที่มีในทุกจังหวัดแล้ว ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย การพนันกลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘การพนันพื้นบ้าน’ เช่น ไก่ชน การแข่งบั้งไฟ การแข่งเรือ การแข่งวัวชน การแข่งดอกไม้ไฟ รวมทั้งการเล่นการพนันทั่ว ๆ ไป เช่น ไฮโล, ลูกเต๋า, น้ำเต้า ปู ปลา, กำถั่ว ฯลฯ ในยามว่างจากการทำงานของคนในชนบท รวมทั้งวัฒนธรรมการเล่นพนันในงานศพ ของทางภาคเหนือและตะวันออก เฉียงเหนือที่ส่วนใหญ่จะจัดงานศพที่บ้าน จึงเห็นได้ว่าการพนันเป็นสิ่งใกล้ตัวและอยู่ในวิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง (ดูเพิ่มเติมประเด็น ‘การพนันในงานศพ’ ได้ในรายงานของ TCIJ [1] [2])

จากการศึกษาของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจการเล่นการพนันชุมชน ในเขตจังหวัดภาคอีสาน ทั้งนี้ การพนันบั้งไฟ วัวชน และไก่ชน ซึ่งเป็นการพนันพื้นถิ่นที่สำคัญของไทย มีเม็ดเงินหมุนเวียนในหลักร้อยล้านพันล้านเลยทีเดียว โดยการเล่นพนันในงานบุญบั้งไฟทั้งภาคอีสานในรอบหนึ่งปีอยู่ที่ 56,529,400,000 บาท ส่วนการเล่นพนันวัวชนในภาคใต้นั้นมีนักพนันกว่า 205,000 คน และใน 1 ปีมีเงินพนันหมุนเวียนถึง 71,769,600,000 บาท ส่วนการพนันไก่ชน ซึ่งเป็นการพนันพื้นถิ่นที่กระจายในหลายพื้นที่ก็มีเงินหมุนเวียนตั้งแต่หลักล้านถึงร้อยล้านเลยทีเดียว

นักพนันรุ่นเยาว์หวังเล่นพนันบอลยูโร 16.5% ไม่เคยรับรู้การรณรงค์ห้ามพนัน 42%

นายธน หาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) กล่าวว่า จากผลสำรวจระหว่างวันที่ 24 พ.ค.- 7 มิ.ย. 59 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปลาย (ม.4 – ม.6) และอาชีวศึกษา (ปวช.1 – ปวช.3) จำนวน 3,807 ตัวอย่าง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี ราชบุรี ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฏร์ธานี และ สงขลา พบว่า 36.9% ตั้งใจจะดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2016 ทีมที่เชียร์มากที่สุดคืออังกฤษ และ เยอรมนี ทั้งนี้ 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง หรือ 42.7% มีทัศนคติว่า การเล่นพนันบอลไม่ใช่การเสี่ยงดวง เพราะต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ และ 45.7% มองว่า การวางเดิมพันข้างทีมที่เชียร์เป็นการแสดงออกถึงการเป็นแฟนบอลของทีมนั้น ที่น่าสนใจเกือบ 60% ไม่เคยได้ยินได้ฟังการรณรงค์ หรือถูกห้ามปรามไม่ให้เล่นพนันบอล เมื่อถามถึงบุคคลที่มีอิทธิพลที่จะห้ามปรามไม่ให้เล่นพนันบอล พบว่า 3 อันดับแรก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง 30.7% รองลงมาคือ โรงเรียน วิทยาลัย 15.1% และครู อาจารย์ 14.7%

“กลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 3 เคยมีประสบการณ์เล่นพนันทายผลกีฬา และการพนันที่นิยมเล่นมากที่สุด คือ พนันฟุตบอล ที่น่าห่วงคือ กลุ่มตัวอย่างที่เล่นพนันฟุตบอล 26% เล่นทุกสัปดาห์ และ 2 ใน 3 ไม่กังวลว่าจะถูกจับหรือถูกลงโทษ ที่สำคัญ การแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบนี้มีกลุ่มตัวอย่างตั้งใจจะเล่นพนันถึง 16.5% ด้านวงเงินที่จะใช้ในการเล่นพนันมีหลายระดับ ตั้งแต่ไม่เกิน 500 จนถึงสูงกว่า 5,000 บาท โดยเงินที่จะนำมาเล่นพนัน ส่วนใหญ่มาจากเงินเก็บและเงินที่ได้จากทางบ้าน สำหรับช่องทางที่ใช้รับข้อมูลเล่นพนันบอล อันดับแรกคือ เว็บไซต์ รองลงมา ได้แก่ หนังสือพิมพ์กีฬา อินเทอร์เน็ต และ ทีวี” นายธน กล่าว พร้อมกับให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน พ่อแม่ โรงเรียน สถาบัน ชุมชน ต้องช่วยสอดส่องห้ามปราม ตัดช่องทางการเล่นพนัน รู้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงให้ความรู้ ทำให้เห็นถึงโทษและผลกระทบจากการเล่นพนัน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติ ขณะเดียวกัน กฎหมายต้องเข้มงวดจริงจังและมีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก หรือยูโร และขอฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนมาตรการดูแล การนำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่เชื่อมโยงกับการเล่นพนันทายผลฟุตบอล เช่น ข้อมูลอัตราต่อรอง เนื่องจากเป็นอีกปัจจัยที่มีส่วนเสริมการเล่นพนันทายผลฟุตบอล โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทศกาลฟุตบอลยูโรผ่านมาได้เพียง 3 วัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นพนันทายผลฟุตบอลยูโรกว่า 1,028 คดี เงินสด 1,157,200 บาท เงินในโพย 10,050,280 บาท สมุดบัญชี 22 เล่ม แม้ว่าตัวเลขการจับกุมยังน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์มาก แต่ก็สะท้อนว่าภาครัฐเอาจริงเอาจัง เข้มงวดในการจับกุมดำเนินคดี การเข้มงวดกวดขันของตำรวจมีนัยสำคัญต่อร้านรับพนันทายผลฟุตบอลเป็นอย่างมาก แต่ช่องทางการเข้าถึงของนักพนันก็ยังทำได้ง่าย เพียงแค่มีโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ต อีกทั้งสื่อต่าง ๆ ยังมีอิทธิพลให้นักพนันใช้ประกอบการเล่น ขณะที่สภาพแวดล้อมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเล่นพนันบอล ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยลดนักเล่นที่ยังเป็นเยาวชนได้ดีคือ การห้ามปรามของคนรอบข้าง พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือคนรู้จักในชุมชนที่พักอาศัย และครูอาจารย์ในโรงเรียน

“ช้างศึก” ถึงไซตามะ “ซิโก้” สั่งพัก 1 วันฟื้นฟูอาการล้า

“แข้งช้างศึก” นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในรายของ นูรูล ศรียานเก็ม ปีกขวาจากสโมสร ชลบุรี เอฟซี ตามสมทบกับทีมเป็นที่เรียบร้อย ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น  เตรียมทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 7 ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม 2560

ทัพช้างศึก เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ เมื่อเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนนั่งรถบัสที่ทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจัดเตรียมไว้ไปส่งถึงที่พัก โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อนุญาตให้นักเตะพักผ่อนเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางและหลังเกมการแข่งขันเมื่อวานนี้เป็นเวลา 1 วัน

สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทย มีคิวลงฝึกซ้อมที่สนามแน็คไฟว์ เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนาม ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.35 น.

ลดแหลก! “ปืนใหญ่” เตรียมปล่อย “ซานเชซ” พ้นทีมหลังจบซีซั่น

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก เตรียมที่จะขายสตาร์กองหน้าของเขาอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ ออกไปในราคาเพียง 30 ล้านยูโร หากว่าเจ้าตัวไม่ยอมตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป ความสัมพันธ์ระหว่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม ปืนใหญ่ และ นักเตะทีมชาติ ชิลี นั้นถือว่าไม่สู้ดีนักในระยะหลัง ๆ นี้ ขณะเดียวกันสัญญาของทางสโมสรกับ ซานเชซ ก็เหลืออีกแค่เพียง 15 เดือนเท่านั้นจึงทำให้ อาร์เซน่อล น่าจะขายนักเตะรายนี้ออกไปเพื่อให้ได้เงินมาดีกว่าเสียไปฟรี ๆ ช่วงฤดูกาลหน้า

ซานเชซ นั้นตกเป็นข่าวที่จะย้ายไปร่วมทีมใหญ่ใน อิตาลี อย่าง ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน อย่างไรก็ตามเป็นที่คาดกันว่ากองหน้าของ “ปืนใหญ่” รายนี้ต้องการค่าเหนื่อยอยู่ที่ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว จึงทำยังไม่มีความแน่นอนเดียวกับอนาคตของเขาตอนนี้ ปืนใหญ่ นั้นจะได้ค่าตัวของตัวรุกชาว ชิลี อยู่ที่ 30 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนจะขาดทุนอยู่บ้างเนื่องจากพวกเขาซื้อ ซานเชซ มาจาก บาร์เซโลน่า ในราคา 35 ล้านปอนด์ด้วยกัน (ประมาณ 40 ล้านยูโร)

แต่กองหน้าวัย 28 ปี จะเหลือสัญญาอยู่กับทีมแค่อีกปีเดียวหลังจบฤดูกาลนี้เท่านั้น จึงทำให้ไม่มีทางเลือกที่จะขายออกไปในราคาถูก ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมของ ปืนใหญ่ ได้ออกมาพูดว่าจะไม่มีการพูดคุยเรื่องการต่อสัญญาของ เมซุต โอซิล และ ซานเชส จนกว่าจะจบฤดูกาลด้วยกัน “เมื่อเราไม่สามารถตกลงกันได้ตอนนี้ มันดีกว่าที่จะนั่งลงแล้วพุดคุยกันใหม่ในช่วงซัมเมอร์แทน” กุนซือ อาร์เซน่อล กล่าว