“ช้างศึก” ถึงไซตามะ “ซิโก้” สั่งพัก 1 วันฟื้นฟูอาการล้า

“แข้งช้างศึก” นักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในรายของ นูรูล ศรียานเก็ม ปีกขวาจากสโมสร ชลบุรี เอฟซี ตามสมทบกับทีมเป็นที่เรียบร้อย ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เดินทางถึงที่พักที่เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น  เตรียมทำการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย รอบ 3 นัดที่ 7 ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม 2560

ทัพช้างศึก เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ เมื่อเวลา 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนนั่งรถบัสที่ทางสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจัดเตรียมไว้ไปส่งถึงที่พัก โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดใหญ่ได้อนุญาตให้นักเตะพักผ่อนเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยล้าจากการเดินทางและหลังเกมการแข่งขันเมื่อวานนี้เป็นเวลา 1 วัน

สำหรับฟุตบอลชายทีมชาติไทย มีคิวลงฝึกซ้อมที่สนามแน็คไฟว์ เวลา 16.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนทำการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่จะพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนาม ไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 17.35 น.

ลดแหลก! “ปืนใหญ่” เตรียมปล่อย “ซานเชซ” พ้นทีมหลังจบซีซั่น

อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก เตรียมที่จะขายสตาร์กองหน้าของเขาอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ ออกไปในราคาเพียง 30 ล้านยูโร หากว่าเจ้าตัวไม่ยอมตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป ความสัมพันธ์ระหว่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม ปืนใหญ่ และ นักเตะทีมชาติ ชิลี นั้นถือว่าไม่สู้ดีนักในระยะหลัง ๆ นี้ ขณะเดียวกันสัญญาของทางสโมสรกับ ซานเชซ ก็เหลืออีกแค่เพียง 15 เดือนเท่านั้นจึงทำให้ อาร์เซน่อล น่าจะขายนักเตะรายนี้ออกไปเพื่อให้ได้เงินมาดีกว่าเสียไปฟรี ๆ ช่วงฤดูกาลหน้า

ซานเชซ นั้นตกเป็นข่าวที่จะย้ายไปร่วมทีมใหญ่ใน อิตาลี อย่าง ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน อย่างไรก็ตามเป็นที่คาดกันว่ากองหน้าของ “ปืนใหญ่” รายนี้ต้องการค่าเหนื่อยอยู่ที่ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว จึงทำยังไม่มีความแน่นอนเดียวกับอนาคตของเขาตอนนี้ ปืนใหญ่ นั้นจะได้ค่าตัวของตัวรุกชาว ชิลี อยู่ที่ 30 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนจะขาดทุนอยู่บ้างเนื่องจากพวกเขาซื้อ ซานเชซ มาจาก บาร์เซโลน่า ในราคา 35 ล้านปอนด์ด้วยกัน (ประมาณ 40 ล้านยูโร)

แต่กองหน้าวัย 28 ปี จะเหลือสัญญาอยู่กับทีมแค่อีกปีเดียวหลังจบฤดูกาลนี้เท่านั้น จึงทำให้ไม่มีทางเลือกที่จะขายออกไปในราคาถูก ขณะที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมของ ปืนใหญ่ ได้ออกมาพูดว่าจะไม่มีการพูดคุยเรื่องการต่อสัญญาของ เมซุต โอซิล และ ซานเชส จนกว่าจะจบฤดูกาลด้วยกัน “เมื่อเราไม่สามารถตกลงกันได้ตอนนี้ มันดีกว่าที่จะนั่งลงแล้วพุดคุยกันใหม่ในช่วงซัมเมอร์แทน” กุนซือ อาร์เซน่อล กล่าว

“โรเบิร์ต” สุดภูมิใจเป็นตัวแทน “ค้างคาวไฟ” ติดทีมช้างศึก ยู-23

“โรเบิร์ต” เกียรติศักดิ์ ธูปขุนทด ปราการหลังดาวรุ่งวัย 21 ปีของสุโขทัย เอฟซี สุดภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทน “ค้างคาวไฟ” หนึ่งเดียวติดทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุด ยู-23 เดินทางไปแข่งขันรายการ “ดูไบ คัพ” ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  พร้อมเป็นแรงผลักดันพัฒนาตัวเองต่อไปให้ก้าวสู่ชุดใหญ่ในอนาคต

“โรเบิร์ต” ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในนัดถล่ม มาเลเซีย 4-0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กล่าวว่า “การแข่งขันรายการนี้ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า และเป็นเกียรติต่อชีวิตอย่างมากที่ได้รับใช้ชาติ ทุกเกมจากนี้ผมจะตั้งใจทำผลงานให้ดี พร้อมทั้งเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด ส่วนตัวนั้นคาดหวังว่าจะเอาถ้วยแชมป์รายการนี้กลับประเทศไทยให้ได้” “ผมภาคภูมิใจมากที่เป็นตัวแทนเพียงคนเดียวของสุโขทัย เอฟซี ที่ได้ติดทีมชาติชุดนี้ การติดทีมชาติในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ผมต้องพัฒนาตัวเองต่อไป เพราะผมมีความฝันที่จะได้เล่นในนามทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็นชุด ยู-23 หรือทีมชาติชุดใหญ่ในอนาคต”

“ต้องขอขอบคุณคนไทยที่ส่งกำลังใจมาเชียร์พวกเราและก็ขอขอบคุณคนไทยที่อาศัยในประเทศดูไบที่สละเวลามาเชียร์ ทีมชาติไทย ชุด ยู-23 ถึงขอบสนามทุกแมตช์ จากนี้พวกเราจะตอบแทนแฟนบอลด้วยการตั้งใจเล่นให้ทีมพบกับชัยชนะกับทุกนัดที่เหลืออยู่” ปราการหลังดาวรุ่ง “ค้างคาวไฟ” กล่าวทิ้งท้าย สำหรับโปรแกรมนัดต่อไป ทีมชาติไทย ยู-23 จะพบกับ ทีมชาติจีน เวลา 19.00 น. ที่สนามโปลิศ สเตเดี้ยม ในวันที่ 26 มี.ค.นี้

สะดุด! ช้างศึก U23 พลาดพ่ายจีน 1-2 ศึกดูไบคัพ

วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ณ สนาม โปลิส สเตเดียม การแข่งขันฟุตบอล ดูไบ คัพ นัดที่ 3 ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีที่ชนะมาสองเกมรวด พบกับทีมชาติจีนที่เสมอมาสองเกมรวด เกมนี้โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฆะ วางเจนรบ สำเภาดี เป็นกองหน้าตัวเป้าโดยมี ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา, วงศกร ชัยกุล เทวินทร์, ชัยวัฒน์ บุราญ ทำเกมสนับสนุน ตรงกลางเป็น เชาว์วัตน์ วีระชาติ, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล

ออกสตาร์ตเกมครึ่งแรก รูปเกมถือว่าสูสี นาทีที่ 10 ไทย ได้ลุ้นจากลูกยิงด้วยซ้ายของ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ จากนอกกรอบเขตโทษ ทว่านายด่านจีนลอยตัวปัดบอลข้ามคานได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นเกมแม้ไทยจะเป็นฝ่ายครองบุกได้มากกว่า ทว่าการบุกเข้าไปทำในจังหวะสุดท้ายยังขาดๆ เกินๆ ทำให้จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังเสมอกัน 0-0 กลับมาครึ่งหลัง 5 นาที ไทยเปลี่ยนผู้เล่นคนแรกโดยถอด ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ออกแล้วส่ง ศศลักษณ์ ไหประโคน ลงเล่นแทน จากนั้นนาที 64 เปลี่ยน ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ลงแทน วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ จากนั้นนาทีเดียว จีน ได้ประตูออกนำ 1-0 จากหลุดไปยิงทางฝั่งขวาของ ถัง ฉี

นาที 72 จีน มาหนีห่างเป็น 2-0 จากการหลุดเดี่ยวไปยิงของ ถัง ฉี และนาทีเดียวกัน ไทย เปลี่ยนเอา วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กับ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ ลงแทน เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กับ ชัยวัฒน์ บุราญ และอีก 5 นาทีต่อมา ธนาสิทธิ์ ศิริผลา ตัวสำรองหลุดไปยิงให้ไทย ไล่มาเป็น 2-1 นาที 83 ไทย ส่ง สิทธิโชค กันหนู ลงสนามแทน เจนรบ สำเภาดีากนั้น ไทย พยายามโหมบุกอย่างหนัก ทว่าไม่สามารถพังประตูตีเสมอได้ ทำให้จบเกม ไทย แพ้ จีน ไป 1-2 ทำให้มีหกคะแนนเท่าเดิม ส่วนจีนไล่จี้มามี 5 คะแนน เกมสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลดูไบ คัพ 2017 ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะทำการแข่งขันในวันที่ 28 มีนาคม 2560 พบกับ สิงคโปร์ 19.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนาม ยูเออี เอฟเอ

ท่ามกลางฝนโปรย! “แข้งช้างศึก” ลงฝึกซ้อมตามปกติช่วงเช้า

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย นำลูกทีมลงฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งที่สอง ณ สนามแน็คไฟว์ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น โดย นูรูล ศรียานเก็ม ที่เดินทางตามมาสมทบตั้งแต่เมื่อคืนวาน ก็ได้ร่วมลงซ้อมกับทีมด้วย สำหรับการฝึกซ้อมเช้าวันนี้ เริ่มจากฟื้นฟูร่างกายตามปกติ ก่อนเน้นในเรื่องแท็คติก ทั้งเกมรุก-เกมรับ รวมถึงวางระบบการเล่น ท่ามกลางอุณหภูมิ 6 องศาเซลเซียส และสายฝนที่โปรยปรายเล็กน้อย โดยให้สื่อมวลชนเก็บภาพได้เพียง 15 นาที และใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง

หลังการฝึกซ้อม เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า “เด็กๆปรับตัวได้ดีขึ้น เราก็บอกน้องๆว่าวันแข่งจริงอาจจะมีฝนตกด้วย เพราะอย่างวันนี้ก็มีทั้งฝน ลม และความหนาวเย็น อุณหภูมิประมาน 2-3 องศาได้ แต่ทุกคนก็มีความุม่งมั่น เขาก็รู้กันว่าการเจอญีปุ่นไม่ใช่งานง่าย แต่วันนี้เราไม่มีอะไรจะเสีย เราคิดว่าถ้าเราแพ้ เราจะแพ้แบบไหน แพ้หมดรูป แพ้แบบสู้ไม่ได้ หรือแพ้แบบไม่อยากจะสู้ แต่ถ้าเราสามารถมีแต้มได้ เราก็เป็นประวัติศาสตร์ หรือถ้าได้ 3 แต้ม มันก็ยิ่งใหญ่ ดังนั้นทุกคนก็รู้ว่าต้องทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้”

“อยากให้น้องๆ รู้ว่าเวลาที่เราผิดหวังหรือล้มเหลว ฟุตบอลมันมีแพ้ มีชนะ มีเสมอ อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้เราเจอใคร ซึ่งน้องๆ ทุกคนก็รู้ว่าถ้าเราไม่ได้ผ่านเข้ามารอบนี้ เราก็ไม่มีโอกาสได้เจอกับญี่ปุ่น วันนี้เราจะได้เจอกับชุดใหญ่ของพวกเขาที่มีโอกาสได้ไปฟุตบอลโลกหลายครั้งแล้ว ดังนั้นมันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีของน้องๆ เราก็อยากให้เขามีความแข็งแกร่ง เราก็บอกเขาว่าการเจอกับทีมระดับเอเชีย มันต้องปรับตัวให้เร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแทคติกและสภาพอากาศ เราไปซาอุฯ มา เราเจออากาศ 43 องศา แต่ที่นี่ 3 องศา คือให้เขาแข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่เก่งในบ้านเรา” “สองวันมานี้ก็ทุกคนตั้งใจซ้อมดี มันมีรอยยิ้ม มันมีความตั้งใจเข้ามา ฉะนั้นเขาไม่สนใจหรอกว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่เขาสนใจว่าลงไปแล้วจะร้อยเปอร์เซนต์หรือไม่”

สลับขั้ว “มาดริด” กับ “บาร์ซ่า”

อย่างที่ทราบกันดีว่าสองสโมสรที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จที่สุดในสเปนคงหนีไม่พ้น “เรอัล มาดริด” กับ “บาร์เซโลน่า” ซึ่งทั้งคู่ถือว่าเป็นมากกว่าทีมฟุตบอล บางทีอาจจะมากกว่าศาสนาสำหรับคนบางคนด้วยซ้ำ ที่สำคัญทั้งคู่ “เกลียดกันเข้าไส้”  ที่เขียนเรื่องนี้เนื่องจากช่วงนี้มีข่าวเรื่อง “อิสโก้” มิดฟิลด์ของทีมราชันชุดขาวออกมาว่ามีโอกาสกลายเป็น “จูดาส” (คนทรยศ) ในสายตาแฟนมาดรินิสต้า เพราะทั้งสโมสร “มาดริด” และ “บาร์ซ่า”รวมทั้งนักเตะกำลังพูดคุยถึงโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับยอดทีมแห่งกาตาลันจากเหตุที่ไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในมาดริด เรื่องนี้ถือว่าเป็น “เรื่องใหญ่” มาก การที่นักเตะจากทีมนึงย้ายไปอยู่กับทีม “คู่อริ” โดยตรงถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ทีมเก่าอย่างแรง และเกือบทุกรายมักจะโดนสาบส่งเวลาลงเจอทีมเก่าเสมอ โดยในอดีตก็เคยมีผู้เล่นชื่อดังถึง 5 ที่ย้ายทีมสลับขั้วแบบนี้

รายแรก “หลุยส์ เอนริเก้” นายใหญ่ที่กำลังจะกลายเป็นอดีตของโค้ชบาร์ซ่าชุดปัจจุบัน ที่เคยประสบความสำเร็จกับ “มาดริด” ไม่ว่าจะ “แชมป์ลีก” หรือ “โคปา เดอเรย์” ซึ่งอยู่กับทีมถึง 5 ฤดูกาล ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ “บาร์ซ่า” ถึง 8 ปีพร้อมแชมป์ลีกและแชมป์ยุโรป ถึงแม้จะเคยประสบความสำเร็จกับ “มาดริด” แต่ด้วยเหตุผลที่สื่อเคยเอามาเปิดเผยว่า ตอนอยู่กับยอดทีมแห่งเมืองหลวง “เก็บกด” “อึดอัด” และ “ไม่ชอบ” ทีมตัวเองอยู่ในใจ จึงเป็นหนึ่งในคนที่ชาวมาดริดนิสต้า “เกลียด” ที่สุดคนนึงบนโลกใบนี้ รายที่สอง “ไมเคิล เลาดรู๊ป” อดีตยอดนักเตะชาวเดนมาร์กที่มาอยู่กับบาร์ซ่าในยุคของ “โยฮัน คราฟฟ์” และประสบความสำเร็จคว้าแชมป์กับทีมได้ถึง 4 สมัย อย่างไรก็ตามพอนายใหญ่ของตัวเองออกจากตำแหน่ง ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจย้ายไปอยู่กับมาดริดพร้อมเหตุผลว่า “ต้องการความกระหาย” หลังจากที่ประสบความสำเร็จมากมายกับทีมเก่า ซึ่งพอย้ายไปฤดูกาลแรกก็พาขุนพลลอส บลังกอสคว้าแชมป์ได้เลย ที่สำคัญเจ้าตัวเป็นนักเตะที่แฟนฟุตบอลของทั้งสองทีมไม่ค่อยเกลียดเท่าไหร่ด้วย รายที่สาม “หลุยส์ มิลล่า” อดีตมิดฟิลด์ตัวรับที่อยู่กับบาร์ซ่าถึง 6 ปีได้ทั้ง “แชมป์บอลลีก” “แชมป์บอลถ้วย” และ “บอลยุโรป” ก่อนที่จะย้ายไปมาดริดแบบไร้ค่าตัวเพราะมีปัญหากับ “โยฮัน คราฟฟ์” กุนซือของทีมในยุคนั้น ซึ่งเจ้าตัวก็พายอดทีมจากเมืองหลวงคว้าแชมป์ลีก 2 สมัยและโคปาเดอ เรย์อีก 1 สมัย นักเตะรายนี้แฟนของทั้งสองทีมไม่ได้รู้สึกเกลียดอะไรมากมายเหมือนกัน

คนต่อมา “โรนัลโด้” (อ้วน) ยอดกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาลคนนึงย้ายมาอยู่กับยอดทีมจากแคว้นกาลันก่อนตอนอายุ 20 ปีเท่านั้นโดยฤดูกาลแรกเจ้าตัวกระหน่ำไปถึง 46 ประตูจาก 49 เกมที่ลงสนามพร้อมกับพาทีมเป็นแชมป์โคปา เดอ เรย์และแชมป์ยุโรปแต่ไม่ได้แชมป์ลีก ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องสัญญาเลยย้ายเล่นในอิตาลีกับ “อินเตอร์ มิลาน” ก่อนที่จะถูก “มาดริด” ซื้อตัวกลับมาอีกครั้งพร้อมกับพาทีมจากเมืองหลวงเป็นแชมป์ลีก 2 สมัย เรียกว่า มาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้ครบจากการเล่นในลีกสเปน โดยแฟนบาร์ซ่าก็ไม่ได้ถึงเกลียดมากมายนัก แค่ “ไม่ชอบ” บ้างเพราะดูเหมือนไม่ค่อยเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ รายสุดท้าย “หลุยส์ ฟิโก้” ศัตรูหมายเลข 1 ของมหาชนชาวกาตาลันทั้งปวงและเชื่อว่าคงต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นโขยงถ้าอยากไปเที่ยวเมืองบาร์เซโลน่า เพราะตอนอยู่กับบาร์ซ่าเป็นนักเตะที่เป็นหัวใจของทีมและพาทีมประสบความสำเร็จทุกอย่างในประเทศยกเว้นฟุตบอลยุโรป ไม่ต่างจาก “เมสซี่” หรือ “โรนัลโด้” ในปัจจุบัน แต่อยู่ก็ตัดสินใจย้ายข้ามฟากไปอยู่กับมาดริดด้วยค่าตัวระดับโลก และอาจจะเป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดถูกต้องก็ได้เพราะได้ “แชมป์ยุโรป” มาครอง แม้ว่าจะถูกแฟนทีมเก่า ประท้วง โยนเหรียญและหัวหมูใส่ก็ตาม

“ชัปปุยส์” กับบทสัมภาษณ์จาก “ฟีฟ่า” ก่อนเกมพบ “ซาอุดิอาระเบีย”

ฟีฟ่า เผยบทสัมภาษณ์ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทยก่อนเกมพบซาอุดิอาระเบีย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดเผยสัมภาษณ์ของ ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางทีมชาติไทย ระหว่างการเตรียมทีมเพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่จะพบกับ ซาอุดิอาระเบีย วันที่ 23 มีนาคม และ ญี่ปุ่น วันที่ 28 มีนาคมนี้ กองกลางลูกครึ่งไทย-สวิส วัย 25 ปีเคยเป็นส่วนสำคัญของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดคว้าแชมป์เยาวชนโลก เมื่อปี 2009 ที่ไนจีเรีย ก่อนที่เขาจะปฏิเสธข้อเสนอของ ฮัมบูร์ก ในเยอรมนี และ ยูเวนตุส ทีมดังของอิตาลี ในเวลาต่อมา โดยปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในโตโยต้า ไทยลีก

“ผมค่อนข้างมีความสุขกับชีวิต กับอาชีพการงานตรงนี้นะครับ” ชัปปุยส์กล่าวกับ FIFA.com “แต่นึกย้อนไป บางทีก็คิดว่าผมน่าจะตกลงรับข้อเสนอจากยูเวนตุสหลังจบบอลโลก U17 ไปเหมือนกัน แต่ก็นั่นแหละ ตอนนั้นผมกลัวจะต้องไปเล่นต่างประเทศ และกลัวจะต้องห่างครอบครัว” ฟีฟ่ากล่าวถึงการเป็นซูเปอร์สตาร์บนโลกโซเชียลของ ชัปปุยส์ ซึ่งปัจจุบันเขามีผู้ติดตามในอินสตาแกรมส่วนตัวถึง 1.4 ล้านคน มากกว่าอดีตเพื่อนร่วมทีมเยาวชนสวิตเซอร์แลนด์อย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช กองหน้าของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ในบุนเดสลีกา เยอรมนี, เซอร์ดาน ชากิรี มิดฟิลด์ของสโต๊ค ซิตี้ และ กรานิต ชาก้า กองกลางของอาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ “แชมป์อาเซียนปี 2014 จุดกระแสคลั่งไคล้ฟุตบอลในไทยขึ้นมามากจริงๆ ทุกวันนี้คุณจะเห็นเด็กๆ หรือวัยรุ่นใส่เสื้อบอลเดินถนนกันมากขึ้นเรื่อยๆ แฟนๆน่าทึ่งมาก พวกเขาเป็นกำลังใจให้เราจริงๆ ผู้เล่นทีมชาตินี่คนบูชาอย่างกับเป็นเทพ”

“แต่ถ้าคุณขาดความสำเร็จ ก็ต้องเจอกับเสียงวิจารณ์ โชคดีที่ผมยังอ่านภาษาไทยไม่ออก เลยไม่ค่อยได้ไปสนใจเท่าไหร่” ปัจจุบัน ทีมชาติไทยเข้าสู่รอบสุดท้ายของการคัดเลือกโซนเอเชียเพื่อไปฟุตบอลโลก 2018 แต่สถานการณ์ค่อนข้างลำบากเมื่อมีเพียงคะแนนเดียวจาก 5 นัด “แฟนๆยังคงน่ารักเสมอ(ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร) พวกเขาสนับสนุนเราอย่างสุดยอด และหวังให้เราชนะซาอุดิอาระเบียให้ได้ แม้มันจะยากมากๆ ยากกว่าที่แฟนๆคิดกันก็เถอะ เราจะไม่เอาความกดดันมาแบกให้เกินไป เราจะเล่นให้สนุกอย่างที่เคย” ชัปปุยส์ กล่าว

ลุ้นดับเบิ้ลแชมป์! “นุศรา” พา “เฟเนร์บาห์เช่” ตีตั๋วเล่นไฟนัลกรุ๊ป

สุดยอดจริงๆสำหรับ “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ ตัวเซตมือหนึ่งทีมชาติไทย ล่าสุดสามารถช่วย เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก ต้นสังกัดในลีกตุรกี คว้าชัยเหนือ ไนลูเฟอร์ เบเลดิเยสปอร์ ไปได้แบบสบายๆ 3-0 เซต คว้าตั๋วเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ไฟนัล กรุ๊ป ได้สำเร็จ

นักตบลูกยางสาววัย 31 ปี ลงสนามส่งท้ายการแข่งขัน วอลเลย์บอลลีก ประเทศตุรกี ในช่วงเลกสอง ด้วยการเอาชนะ ไนลูเฟอร์ เบเลดิเยสปอร์ ไปได้แบบสบายๆ 3-0 เซต สกอร์ 25-14, 25-16 และ 25-16 ส่งผลให้ เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก ต้นสังกัด มีคะแนนสะสมเป็นอันดับที่ 2 ของตาราง ได้สิทธิ์ผ่านเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ ไฟนัล กรุ๊ป ได้สำเร็จ

ซึ่งจะทำให้ ตัวเซตมือหนึ่งทีมชาติไทย มีลุ้นที่จะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ หลังก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เฟเนร์บาห์เช่ เพิ่งหักปากกาเซียนด้วยการเอาชนะ วาคีฟแบงค์ อิสตันบูล ทีมแกร่ง ไปได้ 3-0 เซต 25-22, 25-15 และ 25-19 คว้าแชมป์คูปา วอลเล่ย์ ไฟนั่ล มาซี่ (แชมป์วอลเลย์บอลถ้วยของตุรกี)  สำหรับ “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ เพิ่งจะย้ายไปเล่นให้กับทีมดังแดนไก่งวง เพียงแค่ฤดูกาลแรก โดยย้ายไปร่วมทีมเมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 ก่อนโชว์ฟอร์มได้อย่างสวยหรู ด้วยการพาทีมประสบความสำเร็จไปแล้ว 1 รายการ

เปิดใจ! “โรมัน กอนซาเลซ” หลังแพ้ครั้งแรกในชีวิ

“ช็อคโกลาติโต้” โรมัน กอนซาเลซ ยอดกำปั้นชาวนิการากัว ยังคงช็อกไม่หายกับการพ่ายแพ้ครั้งแรกในการชกมวยอาชีพ ที่มีต่อผู้ท้าชิง ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ที่เมดิสันสแควร์ การ์เดน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนการชก กำปั้นชาวนิการากัว วัย 29 ปี เจ้าของสถิติแชมป์โลก 4 รุ่น ได้รับการยอมรับจากวงการมวยทั่วโลกว่าเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในโลกจากทุกรุ่นการแข่งขัน และมีภาษีดีกว่า ผู้ท้าชิงชาวไทยมาก ชนิดที่อัตราต่อรองในร้านพนันถูกกฎหมายออกราคามาแบบห่างชั้นกันแบบสุดกู่

แต่เกมการชกไม่เป็นแบบที่หลายฝ่ายคิด เพราะเพียงแค่ยกแรก “เจ้าแหลม” ก็เป็นฝ่ายอัดขวาเข้าชายโครง ส่งร่างแชมป์ทรุดลงไปกองกับพื้น ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุถูกหัวชน ซึ่งทำให้ “ช็อคโกลาติโต้” ต้องเจอกับแผลที่หางคิ้วขวา ทำให้ตลอดการชกมันเป็นอุปสรรคในการมองเห็น และทำให้เจ้าตัวหยุดสถิติชนะรวดไว้ที่ 46 ไฟต์ ก่อนเพิ่มสถิติเป็นความพ่ายแพ้แทน

“มันเป็นการชกที่ดีไฟต์หนึ่ง ผมมีสภาพร่างกายที่ดี และสามารถยืนแลกหมัดได้ตลอดทั้ง 12 ยก แต่ก็อย่างที่เห็นมันเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากจริงๆ ผมต้องคอยเช็ดเลือดจากหางคิ้วขวา และพี่เลี้ยงต้องคอยห้ามเลือดในระหว่างพักยก ผมต้องขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้การชกเป็นไปด้วยดี” “ผมไม่เห็นด้วยกับผลการตัดสิน แต่มันเป็นเกมกีฬา และผมก็ไม่มีปัญหาอะไร หากไม่ได้รีแมตช์กับนักชกชาวไทยอีกครั้ง ผมมีความสุขที่ได้กลับมายังประเทศของผม ผมจะได้พักผ่อนบ้าง ผมรู้ว่ามันเป็นการต่อสู้ที่ยากไฟต์หนึ่ง แต่ผมไม่เคยมีภาพในหัวเลยว่าผมจะเป็นฝ่ายปราชัยในครั้งนี้” โรมัน กอนซาเลซ กล่าว

“สื่อซาอุฯ” เตือน “ทีมอาหรับ” ให้ระวังความขลังของราชมังคลากีฬาสถาน!

ทีมไทยเองถูกมองข้ามโดยสื่ออาหรับส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสื่อซาอุฯ, UAE และอิรัก ซึ่งมองกลุ่ม B ว่าเป็นกลุ่มแห่งความตาย เพียงเพราะต้องร่วมกลุ่มกับออสเตรเลียและญี่ปุ่น เป็นที่ชัดเจน สื่ออาหรับมองทีมไทยว่าอ่อน และเป็นทางผ่านให้ทีมที่เหลือของกลุ่มนี้ โดยน่าจะแจก 6 แต้มไป-กลับ แต่ถ้าตามดูผลงานย้อนหลัง 3 ปีของไทย จะพบว่าระดับเทคนิกการเล่นของไทยเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสื่อญี่ปุ่นและออสเตรเลียเริ่มเตือนถึงความอันตรายของทีมชาติไทยในการเล่นในบ้านที่กรุงเทพฯ

ทีมจากอาหรับต้องระวังเป็นอย่างยิ่งในการเจอทีมชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สนามราชมังคลาฯ เพราะทีมจากอาหรับเริ่มเผชิญกับความขลังของสนามแห่งนี้นับแต่ปี 2007 เมื่อไทยเป็นเจ้าภาพเอเชียนคัพร่วมกับเวียดนาม, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย โดยทีมชาติอิรักมาเสมอกับไทยในปีนั้นในนัดเปิดสนาม พอ 18 พ.ย. 2007 ทีมชาติเยเมนแพ้ไทยในนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2010 6 ม.ค. 2010 ทีมชาติจอร์แดนเสมอไทยในเอเชียนคัพ รอบคัดเลือก 2011 และในรายการเดียวกันไทยก็เสมออิหร่าน 0-0 เมื่อ 28 ม.ค. 6 ก.ย. 2011 ผลฟุตบอลย้อนหลัง ทีมชาติไทยอัดโอมาน 3-0 และเสมอซาอุฯ 0-0 เมื่อ 11 ต.ค. 2011 ในเกมคัดบอลโลก 2014 ออสเตรเลียที่อยู่กลุ่มเดียวกันชนะไทยแบบ “หืดจับ” ด้วยประตูชัยของ เบร็ตต์ โฮลแมน นาที 77

ส่วนในคัดบอลโลกหนนี้ ตอนรอบที่สองที่เพิ่งจบไป ทีมชาติอิรักก็มาพบความยากลำบากในการต่อกรกับไทย โดยเฉพาะความเร็วของนักเตะไทย โดยเสมอ 2-2 เมื่อ 8 ก.ย. 2015 ก่อนจะไปเสมอด้วยสกอร์เดียวกันที่เตหะราน ทำให้ไทยเป็นแชมป์กลุ่มโดยมี 14 แต้ม นำหน้าอิรัก 2 แต้ม ทีมชาติไทยเคยแพ้ซาอุฯ 0-6 ในเอเชียนคัพที่ UAE ปี 1996 แต่ในช่วงระหว่างปี 2007-2016 ทีมไทยแข็งแกร่งขึ้นในการเล่นในบ้านด้วยสไตล์การเล่นโต้เร็วและการชิ่งบอลเร็ว ซึ่งเป็นวิธีการที่โค้ชเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง วัย 42 ปีของไทยใช้ เขามีฉายาว่า “ซิโก้” และเคยติดทีมชาติไทยถึง 134 ครั้ง และถือเป็นหนึ่งในดาวซัลโวยิงไปถึง 71 ประตู ทีมชาติไทยเป็นทีมที่แกร่งที่สุดในอาเซียน เพราะได้แชมป์ในระดับนี้มา 4 รายการ รวมไปถึงเป็นเจ้าของแชมป์ซีเกมส์ 15 สมัย