เศรษฐกิจซบ-การพนันในชุมชนยิ่งคึก ‘จับฉลาก-พนันบอลออนไลน์’มาแรง

ศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน’  เปิดเผยข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาว่า ผลสำรวจสถานการณ์การพนันในระดับชุมชนทั่วประเทศ พบว่าในระดับ 1 ตำบลโดยเฉลี่ยต่อปี มีวงเงินการพนันหวยใต้ดินประมาณ 15 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับงานวิจัยของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2553 ที่พบว่าวงเงินหมุนเวียนของหวยใต้ดินมีสูงถึง 102,000 ล้านบาท ต่อปี นอกจากนี้ประเด็นอายุของนักพนันนั้น พบว่ามีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ โดยมีผู้เล่นพนันอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวนถึงร้อยละ 20

นอกเหนือจาก ‘หวยใต้ดิน’ ที่ถือว่าเป็นการพนันยอดฮิตของคนไทยที่มีในทุกจังหวัดแล้ว ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย การพนันกลายเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘การพนันพื้นบ้าน’ เช่น ไก่ชน การแข่งบั้งไฟ การแข่งเรือ การแข่งวัวชน การแข่งดอกไม้ไฟ รวมทั้งการเล่นการพนันทั่ว ๆ ไป เช่น ไฮโล, ลูกเต๋า, น้ำเต้า ปู ปลา, กำถั่ว ฯลฯ ในยามว่างจากการทำงานของคนในชนบท รวมทั้งวัฒนธรรมการเล่นพนันในงานศพ ของทางภาคเหนือและตะวันออก เฉียงเหนือที่ส่วนใหญ่จะจัดงานศพที่บ้าน จึงเห็นได้ว่าการพนันเป็นสิ่งใกล้ตัวและอยู่ในวิถีชีวิตของคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง (ดูเพิ่มเติมประเด็น ‘การพนันในงานศพ’ ได้ในรายงานของ TCIJ [1] [2])

จากการศึกษาของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สำรวจการเล่นการพนันชุมชน ในเขตจังหวัดภาคอีสาน ทั้งนี้ การพนันบั้งไฟ วัวชน และไก่ชน ซึ่งเป็นการพนันพื้นถิ่นที่สำคัญของไทย มีเม็ดเงินหมุนเวียนในหลักร้อยล้านพันล้านเลยทีเดียว โดยการเล่นพนันในงานบุญบั้งไฟทั้งภาคอีสานในรอบหนึ่งปีอยู่ที่ 56,529,400,000 บาท ส่วนการเล่นพนันวัวชนในภาคใต้นั้นมีนักพนันกว่า 205,000 คน และใน 1 ปีมีเงินพนันหมุนเวียนถึง 71,769,600,000 บาท ส่วนการพนันไก่ชน ซึ่งเป็นการพนันพื้นถิ่นที่กระจายในหลายพื้นที่ก็มีเงินหมุนเวียนตั้งแต่หลักล้านถึงร้อยล้านเลยทีเดียว

นักพนันรุ่นเยาว์หวังเล่นพนันบอลยูโร 16.5% ไม่เคยรับรู้การรณรงค์ห้ามพนัน 42%

นายธน หาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) กล่าวว่า จากผลสำรวจระหว่างวันที่ 24 พ.ค.- 7 มิ.ย. 59 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาปลาย (ม.4 – ม.6) และอาชีวศึกษา (ปวช.1 – ปวช.3) จำนวน 3,807 ตัวอย่าง ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ เชียงใหม่ พิษณุโลก ชลบุรี ราชบุรี ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฏร์ธานี และ สงขลา พบว่า 36.9% ตั้งใจจะดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2016 ทีมที่เชียร์มากที่สุดคืออังกฤษ และ เยอรมนี ทั้งนี้ 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่าง หรือ 42.7% มีทัศนคติว่า การเล่นพนันบอลไม่ใช่การเสี่ยงดวง เพราะต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ และ 45.7% มองว่า การวางเดิมพันข้างทีมที่เชียร์เป็นการแสดงออกถึงการเป็นแฟนบอลของทีมนั้น ที่น่าสนใจเกือบ 60% ไม่เคยได้ยินได้ฟังการรณรงค์ หรือถูกห้ามปรามไม่ให้เล่นพนันบอล เมื่อถามถึงบุคคลที่มีอิทธิพลที่จะห้ามปรามไม่ให้เล่นพนันบอล พบว่า 3 อันดับแรก คือ พ่อแม่ ผู้ปกครอง 30.7% รองลงมาคือ โรงเรียน วิทยาลัย 15.1% และครู อาจารย์ 14.7%

“กลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 3 เคยมีประสบการณ์เล่นพนันทายผลกีฬา และการพนันที่นิยมเล่นมากที่สุด คือ พนันฟุตบอล ที่น่าห่วงคือ กลุ่มตัวอย่างที่เล่นพนันฟุตบอล 26% เล่นทุกสัปดาห์ และ 2 ใน 3 ไม่กังวลว่าจะถูกจับหรือถูกลงโทษ ที่สำคัญ การแข่งขันฟุตบอลยูโรรอบนี้มีกลุ่มตัวอย่างตั้งใจจะเล่นพนันถึง 16.5% ด้านวงเงินที่จะใช้ในการเล่นพนันมีหลายระดับ ตั้งแต่ไม่เกิน 500 จนถึงสูงกว่า 5,000 บาท โดยเงินที่จะนำมาเล่นพนัน ส่วนใหญ่มาจากเงินเก็บและเงินที่ได้จากทางบ้าน สำหรับช่องทางที่ใช้รับข้อมูลเล่นพนันบอล อันดับแรกคือ เว็บไซต์ รองลงมา ได้แก่ หนังสือพิมพ์กีฬา อินเทอร์เน็ต และ ทีวี” นายธน กล่าว พร้อมกับให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติมว่า การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน พ่อแม่ โรงเรียน สถาบัน ชุมชน ต้องช่วยสอดส่องห้ามปราม ตัดช่องทางการเล่นพนัน รู้เท่าทันเทคโนโลยี รวมถึงให้ความรู้ ทำให้เห็นถึงโทษและผลกระทบจากการเล่นพนัน เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนทัศนคติ ขณะเดียวกัน กฎหมายต้องเข้มงวดจริงจังและมีความต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก หรือยูโร และขอฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทบทวนมาตรการดูแล การนำเสนอข้อมูล ข่าวสารที่เชื่อมโยงกับการเล่นพนันทายผลฟุตบอล เช่น ข้อมูลอัตราต่อรอง เนื่องจากเป็นอีกปัจจัยที่มีส่วนเสริมการเล่นพนันทายผลฟุตบอล โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เทศกาลฟุตบอลยูโรผ่านมาได้เพียง 3 วัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถจับกุมผู้ลักลอบเล่นพนันทายผลฟุตบอลยูโรกว่า 1,028 คดี เงินสด 1,157,200 บาท เงินในโพย 10,050,280 บาท สมุดบัญชี 22 เล่ม แม้ว่าตัวเลขการจับกุมยังน้อยกว่าที่มีการคาดการณ์มาก แต่ก็สะท้อนว่าภาครัฐเอาจริงเอาจัง เข้มงวดในการจับกุมดำเนินคดี การเข้มงวดกวดขันของตำรวจมีนัยสำคัญต่อร้านรับพนันทายผลฟุตบอลเป็นอย่างมาก แต่ช่องทางการเข้าถึงของนักพนันก็ยังทำได้ง่าย เพียงแค่มีโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ต อีกทั้งสื่อต่าง ๆ ยังมีอิทธิพลให้นักพนันใช้ประกอบการเล่น ขณะที่สภาพแวดล้อมยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเล่นพนันบอล ดังนั้น สิ่งที่จะช่วยลดนักเล่นที่ยังเป็นเยาวชนได้ดีคือ การห้ามปรามของคนรอบข้าง พ่อแม่ผู้ปกครอง หรือคนรู้จักในชุมชนที่พักอาศัย และครูอาจารย์ในโรงเรียน

ระบบรักษาความปลอดภัยเข้ม

ด้วยจำนวนเงินที่หมุนเวียนภายในบ่อนวันหนึ่งหลายสิบหลายร้อยล้านบาท การอบรมพนักงานและการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ เขาอธิบายหน้าที่ของพนักงานในบ่อนแห่งนี้ว่า พนักงานที่ทำหน้าที่แจกไพ่หรือเจ้ามือ หรือดีลเลอร์ (Dealer) ถ้าเป็นชายใส่เสื้อกั๊กสีเขียว หญิงใส่เสื้อกั๊กแดง คอยแจกไพ่ ขานไพ่ บอกว่าใครได้ใครเสียและคิดคำนวณตัวเงินได้-เสียได้อย่างรวดเร็ว ข้างๆ ดีลเลอร์มีพนักงานใส่เสื้อกั๊กสีทองเรียกว่า Inspector คอยเฝ้าดูการทำงานของดีลเลอร์ และในกรณีที่ดีลเลอร์ทำชิพหล่น Inspector จะเป็นคนทำหน้าที่ก้มลงไปเก็บ เพราะมีกฎว่าดีลเลอร์ห้ามละสายตาจากโต๊ะเด็ดขาด ห้ามเคลื่อนกายออกไป มือต้องอยู่บนโต๊ะเสมอ

“ส่วนสูทแดงคือผู้จัดการประจำจุด ถ้าเป็นสูทดำคือชีฟเมเนเจอร์ ผู้จัดการรอบกลางวัน ผู้จัดการรอบกลางคืน สุดท้ายคือคาสิโนเมเนเจอร์ เรายังมีโรลลิ่งอีกตำแหน่งหนึ่ง คือแคชเชียร์เดิน ลูกค้าแค่เอาเงินส่งให้ โรลลิ่งก็จะไปแลกชิพมาให้” ข้อห้ามเด็ดขาดของที่นี่คือ พนักงานทุกคนห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หากจับได้และยอมรับ มาตรการเดียวคือไล่ออก แต่ถ้าจับได้แล้วไม่ยอมรับ ทางคาสิโนจะส่งตัวกลับฝั่งไทย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมตัวไปตรวจสอบต่อไป กรณีที่มีลูกค้าใหม่เข้ามาเช่นกรณีของเรา ก็จะถูกจับตาดูเป็นพิเศษ มีการทำบันทึกรายงานว่าแต่งตัวอย่างไร ผมสั้น-ยาว สวมเสื้อแบบไหน สีอะไร มีอะไรผิดสังเกตหรือไม่ เป็นต้น แล้วผู้จัดการประจำจุดหรือสูทแดงจะเป็นคนอ่านรายงาน ถ้าสอบถามแล้วไม่ได้ความจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นก็จะโดนเตือนว่า ให้ข้อมูลไม่ละเอียด เพราะบางครั้งพอเห็นว่าเป็นลูกค้าขาประจำก็มักไม่รายงาน และถ้าในรายงานพบว่าลูกค้าคนใดผิดสังเกตจริงก็จะทำการย้อนเทปจากกล้องวงจรปิดดู

“เรามีกล้องวงจรปิดแบบทันสมัยมาก ที่สามารถซูมจนเห็นถึงขนบนแขนลูกค้าได้เลย 45 นาที เราต้องหมุนเวียนเปลี่ยนคนดูกล้อง ถ้าจะตีกัน ไปข้างนอกครับ ออกไปเลย รปภ. เราล็อกเลย แต่เราดูไม่ออกว่าลูกค้าคนไหนมีวี่แววจะตุกติก เว้นเสียแต่ได้รับแจ้งจากบ่อนเพื่อนบ้านว่า ให้ระวังคนคนนี้ ก็จะให้กล้องจับตาดู ที่เคยมีเหตุการณ์ก็คือ ล้วงกระเป๋าหยิบชิพคนอื่น แล้วก็มีกระเทยส่งผู้หญิงบริการมาให้ลูกค้า พอผู้หญิงขึ้นห้องกับลูกค้า กระเทยก็ปีนห้องขโมยของ” เมื่อถามว่า กรณีที่จับตัวคนก่ออาชญากรรมในบ่อนได้แล้วทำอย่างไร เขาลดเสียงลงและกล่าวยิ้มๆ ว่า “ก็อาจจะกระทืบนิดหน่อย คุณกล้ามาหยามเราขนาดนี้ได้ยังไง ผมเชื่อว่าที่อื่นก็เป็นอย่างนี้”

ขาจร-ขาใหญ่-จังเก็ต

กลุ่มลูกค้าที่เข้ามาเล่นจะแบ่งเป็นขาจรและขาใหญ่หรือขาประจำ โดยกลุ่มขาจรจะเป็นกลุ่มที่ถ้าเสียก็หมดแล้วหมดเลย ไม่มีการให้เครดิต ส่วนจะไปจำนำทรัพย์สินที่ติดตัวมากับโรงรับจำนำที่ตั้งอยู่ภายในโรงแรม เพื่อไปเล่นต่อนั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ยกเว้นรถ “เราห้ามมีการจำนำรถในพื้นที่จอดรถของเรา ถ้ามีคนบอกว่ามาเอารถโดยไม่มีใบฝากรถมา ห้ามให้รถไป” ส่วนกลุ่มกระเป๋าหนักคือขาใหญ่และขาประจำ กลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดมาเล่น แต่จะคุยเพื่อขอเครดิตโดยตรงกับเฮีย ก เช่นถ้าขาใหญ่มีเครดิต 10 ล้านบาท ก็สามารถเข้ามาขอชิพเล่นได้เลย หากเสียขาใหญ่ก็จะโอนเงินผ่านบัญชีมาให้ แต่ถ้าได้ทางบ่อนจะเป็นฝ่ายโอนเงินไป

“การจะให้เครดิตใครต้องเป็นเรื่องของเจ้านาย ผมไม่รู้ แต่อย่างหนึ่งคือ เรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ หนี้สูญก็เยอะแยะ อย่าลืมว่ามันเป็นเรื่องของเงินลอย ๆ อย่างเดียว มาถึงบอกว่า 10 ล้าน เบิกชิพเสร็จ เสียหรือได้ ในนี้บางคนอาจจะไม่ได้จับเงินสดเลย จับแต่ชิพ ฉะนั้น เงินหมุนเวียนธนาคาร คุณรู้มั้ยธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งในแม่สายมีเงินหมุนเวียนเป็นหมื่นล้านบาท” ยังมีกลุ่มลูกค้าที่ได้เครดิตผ่าน ‘จังเก็ต’ ลักษณะคล้ายนายหน้าหาลูกค้าให้กับทางบ่อน สมมติว่า นาย ก เป็นจังเก็ตสามารถหาลูกค้าได้ 10 คน ก็จะติดต่อมาที่เจ้าของบ่อนขอเครดิต 10 ล้านบาท สำหรับลูกค้า 10 คน คนละ 1 ล้านบาท ถ้าเล่นได้ก็ได้ไป แต่ถ้าเล่นเสีย จังเก็ตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

“ในมาเก๊าที่เกิดการอุ้มเพราะเสียแล้วไม่จ่าย เพราะจังเก็ตต้องรับผิดชอบ ถ้าจังเก็ตดีก็ดีไป ถ้าไม่ดีก็อุ้มลูกค้าตัวเองไปรีด เพื่อเอาเงินมาคืนบ่อนให้ได้ จังเก็ตก็ไม่ใช่นักเลง แต่เป็นคนที่เราไว้เนื้อเชื่อใจ เหมือนเป็นคนทำบัญชีให้เรา ที่นี่ก็มี บ่อนใหญ่ต้องมีจังเก็ต ต้องมีเป็นมือเป็นเท้าให้ ไม่อย่างนั้นเจ้าของบ่อนที่มีชื่อเสียงก็จะรับแต่ขาจร เพราะขาประจำมาจากจังเก็ต บ่อนเถื่อน บ่อนวิ่งในกรุงเทพฯ ก็มีจังเก็ตของตัวเอง คนที่จะเป็นจังเก็ตต้องได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเจ้าของบ่อน คุ้นเคยกันมา ไม่ใช่จู่ๆ จะเป็นได้”

แฉต้องจ่ายส่วยหน่วยงานทุกตัวย่อ

ส่วยเป็นสิ่งที่แยกไม่ออกกับธุรกิจการพนัน ผู้จัดการรายนี้กล่าวว่า ทางบ่อนต้องจ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า หากจะมีความแตกต่างอยู่บ้างก็คงเป็นที่การรับส่วยของเจ้าหน้าที่รัฐพม่ารับกันบนโต๊ะ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐไทยเขาแสดงท่าทางประกอบด้วยการสอดมือลงไปใต้โต๊ะ “ที่บ้านไพลิน กัมพูชา มีอยู่ 3-4 บ่อน เป็นที่ที่หน่วยงานบางหน่วยของไทยชอบที่สุด ในบรรดา หน่วยงานเดียวกันที่มีอยู่ทั่วประเทศ บ่อนใหญ่ใน 3 บ่อนนั้น มีบ่อนหนึ่งที่ให้เดือนละ 8 แสน เราเป็นบ่อนเล็กที่ให้แค่เดือนละ 2 แสน แลกกับการอำนวยความสะดวก ไม่มีหรอกที่เขาจะไม่มาจู้จี้จุกจิกใส่เรา สิ่งที่คนทำธุรกิจตรงนี้ต้องการมากที่สุด คือความคล่องตัวในการเข้า-ออกของลูกค้า บางหน่วยงานไม่ได้ส่วย ก็สั่งปิด ตัวย่อทั้งหลายรับส่วยหมดแหละครับ พอไม่ได้ก็ใช้อำนาจ”

เขาเล่าเหตุการณ์ตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อปี และกลายเป็นข่าวโด่งดัง เมื่อมีนายตำรวจคนหนึ่งมาที่บ่อน “นี่คือเรื่องของระบบรีดไถที่คนคนนี้ไม่เลิกนิสัยแบบนี้ คนนี้ออกจากวงการตำรวจเพราะเกี่ยวข้องกับบ่อนการพนัน ตระเวนไปตามชายแดนทั่วประเทศไทย เพื่อรีดไถบ่อนการพนันที่คนไทยข้ามไปเปิดและต้องมีการนำคนเข้าออก มาถึงก็คุยว่า ผมไปมาหมดแล้วทุกบ่อน ผมรู้ว่าคุณแอบเอาคนเข้าไป พาข้ามไปเล่นหลัง 6 โมงเย็น จริงเท็จไม่รู้ แต่ผมขอบ่อน 1 ล้าน เอาเป็นชิพนะ เพราะผมเป็นคนชอบเล่นอยู่แล้ว แล้วถ้าลูกน้องผมมาก็ช่วยดูแลเรื่องอาหารการกิน ที่พักให้หน่อยแล้วกัน ผมก็บอกว่าผมไม่ใช่คนมีอำนาจในการตัดสินใจ เขาก็บอกผมว่า อ้อ ผมรู้ คุณมันแค่ลูกกระจ๊อก ไปบอกนายคุณแล้วกัน เดี๋ยวผมจะติดต่อคุณมาเอง

“อีกเดือนหนึ่งเขากลับมาอีก บอกเด็กว่าไปตามผู้จัดการมาซิ ผมไม่ออกไป ไม่ออกมาใช่มั้ย ก็เอากล้องวิดีโอมาถ่ายๆๆ ตรงที่คนจะข้ามฝั่งมา บอกว่าเป็นคนของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง พวกที่จะข้ามมาก็ตกใจกันใหญ่ กลางคืนมาที่ที่จอดรถของเรา จะขอค้นรถทุกคันว่ามีสิ่งของผิดกฎหมายหรือเปล่า ผมสุดทนก็เลยโทรแจ้งท้องถิ่นว่า มีคนมาป่วนที่ที่จอดรถของเรา ตำรวจมาแล้วเห็นว่ากำลังน้อยกว่า เพราะเขามากันหกเจ็ดคน ตำรวจจึงขอความร่วมมือจากตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็เข้ามาทะเลาะกัน เขาหนี แต่สุดท้ายหนีไม่พ้น เลี้ยวเข้าโรงพัก แล้วก็โยนกุญแจรถทิ้ง ต้องจ้างคนมาไขกุญแจ พบปืนเถื่อนอยู่ในรถ 7 กระบอก ไม่มีใบอนุญาต สุดท้ายติดคุกหนึ่งคืน ส่งฟ้องศาล ไอ้คนที่มาด้วยก็หนีคดีเยอะแยะไปหมด” “ก่อนหน้านี้ 4-5 ปี ก็เคยมาอ้างกับผมว่า มาจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรุงเทพฯ บางทีมานั่งกินที่ร้านอาหาร บอกว่าผู้หลักผู้ใหญ่มา พร้อมกับบอกว่า กูมานั่งกินเหล้ากินข้าว มาจ่ายเงินหน่อย มาขอเงิน สมัยนั้นช่วงพีค ๆ ใครมาไถก็ให้ ให้กันง่ายจะตาย นี่คือสันดานของคนชอบรีดไถ”

รัฐมนตรี-เจ้ามือเก่า-นักลงทุน จับมือดันบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย

สำหรับแนวคิดการเปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายในเมืองไทย ผู้จัดการรายนี้เห็นด้วยกับการมีบ่อนคาสิโนในเมืองไทย เพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ “ที่อื่นเขากอบโกยเงินกันไปเท่าไหร่แล้ว ผมไปดูงานที่เก็นติ้ง มาเลเซีย เขาทั้งลูกเอาไปเลย ผมว่าถ้าเมืองไทยมี ดี แต่อยู่ที่การควบคุม คุณอาจจะทำเป็นเขตพิเศษหรืออะไรก็ได้ แล้วเก็บภาษีให้ดี อย่ามองว่านี่คือบ่อน หรือพวกผีพนัน ถ้ามองแบบนี้ก็จะกดบ่อนให้ต่ำ แต่เมืองนอกเขาแชร์ เท่ากันหมด มันคือสถานที่สำหรับผ่อนคลาย ที่สำหรับความบันเทิง ใคร ๆ ก็อยากไปเที่ยวลาสเวกัส เล่นไม่เล่นก็ช่าง”

เขากล่าวว่า หากจะทดลองเปิดควรเลือกแหล่งที่มีชาวต่างชาติจำนวนมาก อย่างพัทยาหรือภูเก็ต เพื่อกอบโกยเงินตราต่างประเทศ และควรให้มองว่าเป็นแหล่งบันเทิง เป็นเอ็นเตอร์เทนเม็นต์ คอมเพล็กซ์ อย่าไปมองว่าเป็นคาสิโน หลังจากนั้นจึงค่อยขยายตัวออกไป ทดลองหามาตรการสำหรับคนต่างชาติ ซึ่งเป็นคนที่มีระเบียบวินัยสูงกว่า ซึ่งจะเป็นตัวอย่างให้แก่การดูแลบ่อนคาสิโนต่อไป แล้วจึงนำมาลองใช้กับคนเอเชียหรือคนไทย “เราป้องกันคนไม่ให้ไปเล่นไม่ได้ ผมถามว่าจะตั้งในเมืองไทย เขาจะให้คนไทยเข้าไปเล่นหรือเปล่า ถ้าตั้งบ่อนคาสิโนในเมืองไทย แต่รับเฉพาะคนต่างชาติ ก็จะเหมือนกับที่ท่าขี้เหล็ก ที่นั่นจะมีแถวตีนสะพาน แถวตลาดท่าล้อ เขาเรียกว่าบ่อนปงถุน เป็นภาษาพม่า พวกขาใหญ่ แทงหนัก ขึ้นไปอยู่ข้างบน แต่ข้างล่างมีตำรวจเก็บส่วย พวกที่มีเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เล่นข้างล่างซะ”

เมื่อถามถึงข่าวที่ว่า หากมีการอนุญาตให้เปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมายจริง นักธุรกิจที่จะมาลงทุนได้ถูกวางตัวไว้หมดแล้วจากกลุ่มการเมือง เขาแสดงความเห็นว่า รัฐมนตรีส่วนใหญ่ก็เป็นนักเล่น อาจจะจับมือกับเจ้ามือเก่า และนักธุรกิจที่อยากลงทุน น่าจะร่วมกันผลักดันให้เปิดบ่อนคาสิโนถูกกฎหมาย “ใครวางแผน คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นคนวางแผนทั้งนั้น ถามผม ผมก็แค่ลูกกระจ๊อกตัวหนึ่ง จริงๆ มันถูกวางไว้หมดแล้ว”

หัวใจของบ่อนคือความไว้เนื้อเชื่อใจ

เมื่อถามว่าอะไรคือหัวใจสำคัญของธุรกิจบ่อนคาสิโน เขาตอบว่าความไว้เนื้อเชื่อใจที่ลูกค้ามีต่อบ่อน เขาอธิบายว่าลูกค้าทุกคนที่เข้าบ่อน คิดเหมือนกันคือ ต้องการมาเอาเงินจากบ่อน แต่บ่อนจะคิดเหมือนลูกค้าคือจะเอาเงินจากลูกค้าอย่างเดียวไม่ได้  เขาจึงเน้นย้ำว่าบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ จะโกงลูกค้าไม่ได้เด็ดขาด เพราะจะทำให้บ่อนเสียชื่อทันที และไม่มีลูกค้าเข้ามาเล่น แต่บ่อนขนาดเล็กอาจจะมีการโกงลูกค้า

“บ่อนใหญ่โกงลูกค้าไม่ได้ครับ แต่คนเล่นโกงได้ โกงได้จริง ๆ บางทีกก ๆ อยู่ ใต้แขนเสื้อยังดึงออกมาได้เลย พวกโป๊กเกอร์น่ะโกงง่าย” เขาบอกว่าในกรณีที่ลูกค้ามือขึ้นมาก ๆ ทางบ่อนไม่มีนโยบายขอให้ลูกค้าหยุดเล่น แต่ที่อื่นมี “บางคนไพ่เขาขึ้นดี ลง 10 ล้าน เรามึนเลย คุณได้ เราดีใจ ถ้าคุณกลับมาอีก ถ้าคุณได้ แล้วไม่กลับมาอีก เราเสียดายเงินเหมือนกัน แต่เรารู้ว่าถ้าคุณกลับมาอีก คุณต้องเอาเงินมาคืนเราแน่ เขาเรียกแชร์ไปแชร์มา ลูกค้าขาประจำ คราวที่แล้วเอาเราไปห้าล้าน คราวนี้เสียสิบ คนเล่นจะได้ใจ คราวที่แล้วได้ ปรากฏว่าคราวนี้เสีย บ่อนเราไม่กลัวลูกค้าจะได้ แต่เรากลัวลูกค้าไม่กลับมา”

“เราไม่มีการทำการตลาดครับ ที่นี่มีแค่ภาพลักษณ์ว่า บ่อนเราไว้ใจได้ ไม่ต้องโปรโมต การทำบ่อนอยู่ที่ความไว้เนื้อเชื่อใจ การทำการตลาดไม่จำเป็น ถ้าเราไม่เคยเบี้ยว ถ้าสร้างความเชื่อใจแก่ลูกค้าได้ เราก็จะได้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง แค่เราบอกว่าให้ค่าคอมฯ 2 เปอร์เซ็นต์ แค่นี้ลูกค้าก็วิ่งมาแล้ว”

บ่อนวิ่งกรุงเทพฯ แย่งลูกค้าบ่อนชายแดน

เขาอธิบายเบื้องต้นว่า ลักษณะของบ่อนคาสิโนมี 2 ประเภท ประเภทแรกคือคอมเพล็ก คาสิโน ที่มีโรงแรมเป็นส่วนประกอบสำหรับนักเล่นที่มียอดการใช้จ่ายถึงตามเป้า กล่าวคือมีห้องเป็นค่าคอมมิชชั่น ส่วนประเภทที่ 2 คือโรงแรมที่ถูกระบุว่ามีห้องเกม “ต่างกันนะครับ สมมุติคุณไปโรงแรมในเมืองไทย จะมีเกมรูม เข้าไปจะเห็นโต๊ะพูล สนุ้กเกอร์ ที่นี่เป็นโรงแรมที่มีเกมรูม ไม่ใช่คาสิโนที่มีโรงแรม ดังนั้น จึงมองว่าที่นี่เล็ก คุณมองให้ดีว่าที่นี่เป็นรีสอร์ตพักผ่อน กินบรรยากาศ ที่มีห้องเกมให้เล่น แต่คนไปมองว่าบ่อนคือบ่อน”

เขาเล่าว่าบ่อนแห่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2534 แต่เซ็นสัญญากับทางพม่าปี 2543 โดยต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่เขตปกครองพิเศษ 1,000 เอเคอร์ หรือ 2,300 ไร่ให้แก่ทางพม่าเดือนละ 40,000 เหรียญ แต่ห้ามคนพม่าเข้ามาเล่น เขาบอกว่าทางพม่าจะได้ปิดตาข้างเดียวบอกกับคนอื่นได้ว่าไม่มีคาสิโนเพราะคนพม่าไม่เล่น ธุรกิจบ่อนคาสิโนแห่งนี้เริ่มเฟื่องฟูมากที่สุด ในช่วงปี 2543-2547 ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนไทย 99 เปอร์เซ็นต์ มีตั้งแต่นักการเมือง นักธุรกิจ ไปจนถึงชนชั้นสูง แต่เมื่อถึงปี 2548 ก็เริ่มขาดทุน เหตุจากหุ้นส่วนรายหนึ่งขอแยกตัวออกไปบริหารจัดการเอง จึงเท่ากับแบ่งกลุ่มลูกค้าไป แต่หุ้นส่วนรายนั้นกลับไม่มีประสบการณ์การบริหารบ่อนคาสิโน ทำให้ขาดทุน ประกอบกับมีบ่อนคาสิโนหรูหรามาเปิดใกล้ ๆ ในฝั่งลาว จึงยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ดึงลูกค้าของบ่อนไปคือ การเกิดบ่อนเถื่อนบ่อนวิ่งในกรุงเทพฯ นอกจากลูกค้าที่หายไปแล้ว บ่อนวิ่งในกรุงเทพฯ และบ่อนชายแดนในละแวกใกล้เคียง ยังดึงพนักงานของบ่อนไปด้วยการให้เงินเดือน 2 เท่า “เพราะเขาไม่ต้องฝึก แต่เราฝึกเด็กจากศูนย์ ในกรุงเทพฯ เด็กจากเราทั้งนั้น ที่นี่เราฝึกจับชิพนะครับ ถ้านิ้วยาวไม่พอจับชิพสูงจากโต๊ะ 20 อัน คือจับไม่ถึงอันล่าง เราไม่เอา คุณเห็นในหนังใช่มั้ยครับ การตีชิพ ขานชิพ ที่นี่จะคล่อง เพราะว่าสไตล์เรามาเก๊า ตุรกี ครั้งแรกฝึก 3 สัปดาห์ ไม่มีเงินเดือนให้ มีแต่ที่พักกับอาหาร”

บุกจับบ่อนเมืองขอนแก่น เปิดเย้ยกม.-ถูกจับไม่เข็ด

ผวจ.ขอนแก่น นำตำรวจ ทหาร บุกจับบ่อน กลางเมืองขอนแก่น ลอบเปิดไม่เกรงกลัวกฏหมาย แม้เพิ่งเคยถูกจับไป เมื่อส.ค.ที่ผ่านมา ได้นักพนันชาย 14 คน ของกลางจำนวนมาก

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 22 ธ.ค. นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.อ.สมชาย ครรภาฉาย รอง ผบ.มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น นำกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กว่า 60 นาย บุกเข้าจับกุมบ่อนพนันขนาดใหญ่ ลักลอบเปิดเล่นไฮโลไฮเทค ไพ่ดัมมี่ รับแทงพนันฟุตบอล ในห้องแถวไม่มีเลขที่ติดกัน 5 ห้อง บริเวณคุ้มหนองคู ถนนรอบเมืองในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้นักพนันเป็นชายทั้งหมด 14 ราย พร้อมของกลาง อุปกรณ์การเล่นไฮโล สำรับไพ่ โพยพนันฟุตบอล โต๊ะสำหรับเล่นไพ่ คอมพิวเตอร์ โพยแทงม้า ตู้ม้าออนไลน์และเงินสดจำนวนหนึ่ง โดยมี นายอุดมเดช จงจิตร อายุ 35ปี รับเป็นผู้ดูแล

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน และสืบทราบว่า สถานที่ดังกล่าวยังคงลักลอบเปิดบ่อนการพนันทุกรูปแบบ มีสมาชิกเข้าเล่นแต่ละวันจำนวนมากตลอดทั้งวันทั้งคืน มีกล้องวงจรปิดดูคนเข้าออก หากไม่ใช่สมาชิกจะไม่ให้เข้าเด็ดขาด แม้จะเคยถูกจับกุมมาก่อนหน้านี้แล้วเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และถือเป็นบ่อนพนันขนาดใหญ่ ตั้งอยู่กลางใจเมืองขอนแก่น คาดว่ามีเงินหมุนเวียนวันละไม่ต่ำกว่า 10ล้านบาท

ตร.บุกจับบ่อน’ตือ บางกะปิ’ลาดพร้าว71 รวบ 70 นักพนัน

ตำรวจสอบสวนกลางนำกำลังบุกจับบ่อนลาดพร้าว 71 รวบนักพนัน 70 ราย พร้อมของกลางอุปกรณ์เล่นจำนวนมาก ขณะห้ามสื่อเข้าถ่ายภาพขณะดำเนินการ พ.ต.อ.ธงชัย วงศ์ศรีวัฒนกุล รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ ปอศ. ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 20 นาย เข้าตรวจค้นอาคารเลขที่ 3/36-1-2 ซอยลาดพร้าว 71 แยกโรงไม้ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่า มีการเปิดให้เล่นพนัน สำหรับบ่อนการพนันดังกล่าวนั้น เป็นอาคารชั้นเดียวมีประตูทางเข้า 2 ทาง ติดตั้งกล้องวงจรโดยรอบ และมีบุคคลของทางบ่อนคอยดูแลอยู่ด้านหน้า ทั้งนี้ ระหว่างเข้าทำการจับกุมนาน 5 ชั่วโมง ทางผู้ดูแลอาคารและเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้สื่อมวลชน เข้าทำการบันทึกภาพภายในบ่อนแต่อย่างใด โดยให้รออยู่ด้านนอกเท่านั้น

ขณะที่ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้เปิดเผยว่า บ่อนการพนันดังกล่าวเปิดมากว่า 1 ปี ซึ่งมี “ตือ บางกะปิ” เป็นเจ้าของ โดยด้านในเปิดให้เล่นพนันประเภทไฮโลและพนันบอล ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักพนันได้ 70 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์เล่นไฮโลจำนวนมาก ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ควบคุมตัวนักพนันชายหญิง จำนวน 70 คน และแรงงานต่างด้าวไม่มีใบอนุญาต 8 คน พร้อมของกลางเป็นเงินสดกว่า 200,000 บาท คอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง กล้องวงจรปิด ปริ้นเตอร์ ชิพแลกเงิน โพยบอล และอุปกรณ์เล่นไฮโลจำนวนมาก ขึ้นรถบรรทุกสิบล้อ มายัง สน.โชคชัย เพื่อสอบปากคำและดำเนินคดีทางกฎหมายจากการสอบถามชาวบ้านรายหนึ่ง ซึ่งพักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับบ่อนการพนันดังกล่าวนั้น เล่าว่า เท่าที่ทราบบ่อนแห่งนี้เปิดให้บริการมาเกือบ 1 ปีแล้ว โดยในระยะ 4 – 5 เดือนมานี้ มีนักพนันเดินทางเข้าออกอย่างคึกคัก

ขณะที่ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด รวมถึงเจ้าของบ่อนนั้น ยังไม่ได้รับการเปิดเผยรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใดความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ 5 เสือ ของสน.โชคชัย พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.เทพรัชต์ สกุลมีฤทธิ์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ รองผกก.สส. พ.ต.ต.บัณฑูร เทพสุวรรณ สวป. และ พ.ต.ท.จิรวัฒน์ ยอดกระโหม สว.สส. มาช่วยราชการที่ บก.น.4 เป็นเวลา 30 วัน โดยมอบหมายให้ พ.ต.อ.สาโรช ซุ่นทรัพย์ รอง ผบก.น.4 รักษาราชการเป็น ผกก.สน.โชคชัย แทน นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงให้ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.น.4 เป็นประธานกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยจะเร่งดำเนินการสืบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด ส่วนสาเหตุที่มีคำสั่งให้ 5 เสือ ของ สน.โชคชัย ไปช่วยราชการดังกล่าว เนื่องจาก เมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ ชุดเฉพาะกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นอาคารซอยลาดพร้าว 71 และสามารถจับกุมนักพนัน ได้ถึง 71 คน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สน.โชคชัย ได้นำตัวนักพนัน ทั้ง 71 คน ส่งฟ้องศาลแขวงพระนครเหนือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว